วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (25 ก.ค.60)

ตัวเลขเศรษฐกิจดี VS การเมืองสหรัฐ

คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เป็นบวกได้ในวันนี้ จากตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่งของสหรัฐและยูโรโซน และราคาน้ำมันขึ้นต่อ นักลงทุนรอดูถ้อยแถลงของ Fed เรื่องการยุติการผ่อนคลายทางการเงิน ปัจจัยลบกดดันตลาดยังคงเป็นการลงมติของวุฒิสภาสหรัฐต่อกฎหมายสาธารณสุขและการสอบสวนกรณีรัสเซียเข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ปัจจัยภายในวันนี้ ไม่มีอะไรใหม่

หุ้นเด่นวันนี้: AOT(ราคาปิด 51.75 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย 59 บาท)

AOT ได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กำลังรุ่งเรืองขณะนี้ โดยในเดือน มิ.ย.60 จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 11.4% YoYและรายได้จากนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 12.1% YoYและเราคาดว่า AOT จะมีผลประกอบการที่ยังดีอยู่ในไตรมาส 3/60 แม้เป็นช่วง Low season เราคาดว่ากำไรของ AOT ในไตรมาส 3/60 จะอยู่ที่ 5.55 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoYแต่ลดลง 15% QoQเราคาดว่า AOT จะรับรู้ข่าวดีจาก (1) การหมดความกังวลเรื่องค่าเช่าที่จะเพิ่มขึ้นจากการเรียกเก็บของกรมธนารักษ์ โดยคาดว่าจะจ่ายเงินค่าเช่าเพิ่มเพียง 500 ล้านบาท จากที่เคยจ่ายอยู่ 1.5 พันล้านบาท เดิม Consensus ประเมินว่าอาจจะเพิ่มเป็น 5.0 พันล้านบาท (2) AOT กำลังอยู่ในระหว่างการประมูลสัญญาใหม่สำหรับธุรกิจปลอดภาษีและค้าปลีก เนื่องจากสัญญา King Power จะหมดอายุในปีพ. ศ. 2563 จะเริ่มหาผู้ประมูลใหม่ให้ได้ปลายปีนี้ สัญญาใหม่จะเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ให้กับ AOT ในปี 2563 เป็นต้นไป ภายใต้ธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจบิน เราปรับราคาเหมาะสมของ AOT จาก 49 บาทเป็น 59 บาท อิงจาก DCF และ WACC 8.6% ส่วนอัตราการเติบโตระยะยาวปรับขึ้นจาก 4% เป็น 4.8% ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี upside อีก 14% Price Pattern ของ AOT ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มหลักขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Daily, Weekly, & Monthly Buy Signal คาดว่าจะเห็นการทำ New High ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายถัดไปที่ 52.75 บาท ซึ่งหาก Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 52.75 บาทได้สำเร็จ ก็จะมีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High อยู่ที่ 63.50 บาท ทั้งนี้ AOT มีจุด Stop Loss ระยะสั้นอยู่ที่ 47.25 บาท (Resistance: 52.00, 52.25, 52.75; Support: 51.50, 51.00, 50.75)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• งบ 4 หมื่นล้านบาทช่วยเหลือคนจน ในอีก 1-2สัปดาห์นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณางบประมาณ 4 หมื่นล้านบาทเพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์การลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งรวมทั้งค่ารถเมล์ รถไฟฟรีหรือค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า (บางกอกโพสต์/ไทยโพสต์)

• เงินลงทุนต่างชาติของ บจ.ไทยเพิ่มมากกว่าเท่าตัว จากรายงานของ ตลท. มูลค่าการลงทุนโดยตรงในกิจการต่างประเทศของ บจ.ไทยในปี 59 เพิ่มขึ้นเป็น 1.80 แสนล้านบาท จาก 7.5 หมื่นล้านบาทในปี 58 นำโดยอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารมีมูลค่าการลงทุนทั้งหมด 6.19 หมื่นล้านบาท ตามมาด้วยกลุ่มทรัพยากรที่ 5.68 หมื่นล้านบาท (บางกอกโพสต์/ไทยโพสต์)

• ไทย-จีนยังคงเดินหน้าการลงทุน ไทยและจีนต่างตั้งคำมั่นว่าจะยังเดินหน้าการลงทุนทั้งในโครงการรถไฟความเร็วสูงและโครงการเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (บางกอกโพสต์)

ต่างประเทศ:

• ปธน.ทรัมป์วิงวอนต่อวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันเมื่อวันจันทร์ว่าจะดำเนินการตามที่หาเสียงในการยกเลิกและนำกฎหมายฉบับใหม่มาใช้แทนโอบามาแคร์ วุฒิสมาชิกจะลงมติในวันนี้ว่าจะเปิดการโต้วาทีเกี่ยวกับการยกเลิกโอบามาแคร์ ถึงแม้ว่าจะยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าปธน.ทรัมป์จะมีคะแนนเสียงพอในสภาที่จะเปิดการโต้วาที แต่เขากล่าวว่าจะมีการลงมติเกิดขึ้น (Reuters)

• การสอบสวนกรณีรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559ถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อแผนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ (Reuters)

• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดการถือครองพันธบัตรในการประชุมเดือนก.ย. แต่จะจับตาสำหรับเบาะแสใหม่ ๆ เกี่ยวกับจังหวะเวลาเหมาะสมในการประชุมสัปดาห์นี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นอยู่ที่ 2.26% เพิ่มขึ้นจากระดับ 2.23% เมื่อวันจันทร์ (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปีเมื่อวันจันทร์ มีปัจจัยหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจจากมาร์กิตที่แข็งแกร่งกว่าที่คาด ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปิดเพิ่มขึ้น 0.15% สูงกว่าในวันก่อนซึ่งปิดที่ระดับ 94.006 (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดผสมผสานเมื่อวันจันทร์ก่อนที่บริษัทต่าง ๆ จำนวนมากจะประกาศผลประกอบการในสัปดาห์นี้ ดัชนีแนสแดคปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนีดาวโจนส์ปิดลบเนื่องจากผลขาดทุนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ดัชนีหลักๆ แกว่งตัวอยู่ในระดับสูงสุดตลอดกาล (Reuters)

• ผลผลิตภาคการผลิตของสหรัฐขยายตัวมากที่สุดในรอบ 6 เดือนในเดือนก.ค. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นรวมภาคการผลิตและบริการของสหรัฐ ดีดตัวสู่ระดับ 54.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน หลังจากแตะระดับ 53.9 ในเดือนมิ.ย. (IHS Markit)

ยุโรป:

• หุ้นยุโรปร่วงวานนี้ ฉุดโดยหุ้นกลุ่มส่งออก หลังจากที่ค่าเงินยูโรแตะระดับสูงสุดในรอบ 23 เดือน สวนทางดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่ตัวเลขกิจกรรมเยอรมันที่เติบโตช้ากว่าคาดจะกระทบค่าเงินเล็กน้อย (Reuters)

• ยูโรโซนเริ่มต้นไตรมาส 3/60 อย่างแข็งแกร่งแม้อัตราการเติบโตจะต่ำกว่าจุดสูงสุดที่ผ่านมาเล็กน้อย ทั้งในภาคการผลิตและบริการ โดยดัชนี Flash Eurozone PMI Composite Output อยู่ที่ 55.9 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 6 เดือน ปรับตัวลงจาก 56.3 ในเดือน มิ.ย. (IHS Markit)

เอเชีย:

• ภาคการผลิตญี่ปุ่นขยายตัวลดลงในเดือนก.ค. ดัชนีภาคการผลิต Nikkei Flash Japan Manufacturing PMI อยู่ที่ระดับ 52.2 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน ลดลงจากที่ระดับ 52.4 ในเดือนมิ.ย. (IHS Markit)

• ดัชนีตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 18เดือนเมื่อวันจันทร์ จากสัญญาณว่าผู้จัดการกองทุนกำลังเก็งเกี่ยวกับผู้นำอุตสาหกรรมมากขึ้น อารมณ์ที่เป็นบวกดังกล่าวได้แรงหนุนจากความเห็นว่าจีนอาจคงการใช้จ่ายการคลังไว้ในระดับสูงเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงครึ่งปีหลัง (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 1% ในวันจันทร์ หลังจากซาอุดิอารเบียยืนยันลดส่งออกในเดือนส.ค. เพื่อลดอุปทานโลกลงให้ได้ และบริษัทยักษ์ใหญ่แท่นขุดเจาะน้ำมัน Halliburton แถลงว่าการขุดเจาะน้ำมันหินดินดานจะลดลงในปีหน้า ราคาน้ำมันเบรนท์เพิ่มขึ้น 54 เซนต์ (+1.1%) ปิด 48.60 ดอลลาร์/บาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐเพิ่มขึ้น 57 เซนต์ (+1.3%) ปิด 46.34 ดอลลาร์/บาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองคำลดลงปิดทรงตัว หลังจากพุ่งขึ้นไปก่อน หลังดอลลาร์แข็งค่าในวันจันทร์ ปัญหาการเมืองในสหรัฐทำให้มีความต้องการทองเพิ่มขึ้น ราคาทองคำในตลาดจรทรงตัวที่ 1,254.45 ดอลลาร์/ออนซ์ ราคาทองคำล่วงหน้าสหรัฐลดลง 60 เซนต์ ปิด 1,254.30 ดอลลาร์/ออนซ์ (Reuters)