มูลค่าที่ MINT คู่ควร จากประสิทธิภาพของธุรกิจเริ่มปรากฎ
ประเด็นการลงทุน
เราค่อนข้างมั่นใจในการเติบโตของกำไรหลักของ MINT ในไตรมาส 2/60 และต่อเนื่องยังครึ่งหลังของปี 2560 หนุนโดยทั้งรายได้เติบโตดีและยิ่งไปกว่านั้นได้แก่อัตรากำไรหลักที่ขยายตัว ซึ่งเรามองว่าตลาดจะให้การตอบรับอย่างดีสำหรับอัตรากำไรหลักที่เริ่มเป็นขาขึนได้หลังจากเริ่มมีมูลค่าเพิ่มปรากฎหลังมีการควบรวมกิจในช่วงก่อนปี 2560 โดยการ
ลงทุนดังกล่าวจะเริ่มออกดอกออกผลในปีนี้เป็นต้นไป โดยประเด็นดังกล่าวจะเป็นเหตุผลสำคัญให้หุ้นสามารถปรับขึ้นมาซื้อขายที่ระดับสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญและไปต่อได้ไม่ยาก ทำให้เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” MINT โดยราคาเป้าหมายที่ประเมินด้วยวิธิคิดลดกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 44 บาท (WACC 7.3%, terminal growth rate 2.0%)
ผลงานธุรกิจโรงแรมไตรมาส 2/60 คาดเริศเลอ
แม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยวไทยในไตรมาส 2/60 แต่เราคาดผลการดำเนินงานธุรกิจโรงแรมของ MINT ในไตรมาส 2/60 จะออกมาแข็งแกร่งมาก หนุนเพิ่มด้วยอัตรากำไรหลักธุรกิจโรงแรมที่คาดจะสูงขึ้น YoY เช่นกัน โดยเราประเมินว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องของโรงแรมที่เป็นเจ้าของเองแบบปกติจะเติบโตด้วยเลขสองหลัก YoY ในไตรมาส 2/60 หนุนจากโรงแรมในทำเลหลักๆทุกแห่ง โดยเราคาดโรงแรมที่เป็นเจ้าของเองในประเทศไทยและบราซิลจะมีรายได้เฉลี่ยต่อห้องเติบโตด้วยเลขสองหลัก YoY เช่นกัน ขณะที่โรงแรมในมัลดีฟ, โปรตุเกส, และ แอฟริกาจะพลิกเป็นกำไรจากที่ชะลอตัว YoY ในไตรมาส 1/60 เป็นบวก YoY ในไตรมาส 2/60 สำหรับโรงแรมที่เป็นเจ้าของเองในประเทศไทย นั้นเราคาดรายได้เฉลี่ยต่อห้องจะเติบโตทั้งโรงแรมในกรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด อีกทั้งเราคาดธุรกิจปันส่วนเวลาจะมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง YoY ประมาณ 25-30% จากฐานต่ำในปีที่แล้วเนื่องจากมีการปรับกลยุทธ์การขาย โดยเราคาดจะไม่มีรายได้จากการขายอสังหาฯ ในภูเก็ตในไตรมาส 2/60
ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นของธุรกิจอาหารจะมากเกินที่จะชดเชย ยอดขายต่อสาขาเดิมที่ชะลอตัว
เราคาด MINT จะรายงานยอดขายต่อสาขาเดิมสำหรับธุรกิจอาหารชะลอตัวในไตรมาส 2/60 เนื่องจากการบริโภคในประเทศไทยชะลอตัว (และจากฐานสูงในเดือน เม.ย. 2559 ที่รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบชั่วคราว) และธุรกิจอาหารในประเทศสิงคโปร์ยังคงอ่อนแอเช่นกัน (ไม่เปลี่ยนแปลง) อย่างไรก็ตามธุรกิจอาหารในประเทศจีนยังแข็งแกร่ง
มาก ทำให้โดยรวมเราคาดยอดขายสาขาเดิมของ MINT จะลดลง 1% YoY ในไตรมาส 2/60 แต่ยอดขายรวมทุกสาขาเดิบโด 7% YoY หนุนโดยสาขาเปิดใหม่ ทั้งนี้แม้ยอดขายต่อสาขาเดิมไม่ดีนัก แต่เราคาดว่า MINT จะสามารถรายงานอัตรากำไรหลักในธุรกิจอาหารเติบโต YoY ได้เนื่องจากบริษัทเน้นการดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นสำคัญ
คาดกำไรไตรมาส 2/60 แข็งแกร่งแม้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น
เราคาดกำไรหลักไตรมาส 2/60 ที่ 794 ล้านบาท เติบโตถึง 33% YoY แต่ลดลง 59% QoQ จากฐานสูงในไตรมาส 1/60 ที่กำไรหลักทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติกาลที่ 1.9 พันล้านบาท โดยเราคาดการณ์รายได้เติบโต 10% YoY ในไตรมาส 2/90 และคาดอัตรากำไรหลักเติบโต 1.1% YoY มาอยู่ที่ 6.2% หนุนโดยทุกธุรกิจ อีกทั้งเรามองถึงกำไรหลักในครึ่งแรกปี 2560 จะเติบโต 21% YoY ซึ่งกำไรหลักครึ่งแรกของปี 2560 นั้นน่าจะคิดเป็น 49% ของประมาณการกำไรหลักทั้งปีของเรา และคิดเป็น 47% ของที่ตลาดประเมิน ทำให้เรามองว่ามีความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรทั้งจากเราและตลาดน้อยมากสำหรับ MINT
… และจะแข็งแกร่งขึ้นอีกในไตรมาส 3/60 และ 4/60
นอกเหนือจากนั้นหากมองไปถึงครึ่งหลังของปี 2560 เราคาด MINT จะรายงานกำไรหลักเติบโตดีงามทั้ง QoQ และ YoY โดยเฉพาะในไตรมาส 3/60 ซึ่งยังเป็นช่วงโลว์ซีซั่นสำหรับการท่องเที่ยวไทย แต่ ว่า MINT จะมีผลการดำเนินงานได้โดดเด่นกว่าบริษัทอื่นในกลุ่มในประเทศไทยเนื่องจากมีรายได้จากธุรกิจโรงแรมกระจายในหลายภูมิภาคในโลก โดยในไตรมาส 3/60 เป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศแอฟริกาและโปรตุเกส (โรงแรม Tivoli 12 แห่งของ MINT) และอัตราการเข้าพักในไตรมาส 3/60 จะเติบโต YoY แข็งแกร่งบวกกับราคาห้องพักที่สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้อีกเนื่องจากโรงแรม Tivoli 5 แห่งได้มีการปรับปรุงโรงแรมเสร็จสิ้นและเริ่มให้บริการได้เต็มที่ในไตรมาส 3/60 นี้ เป็นต้นไป โดยเราคาดบริษัทจะสามารถขายวิลล่าในภูเก็ตได้ 1-2 หลังในครึ่งปีหลังของปี 2560 นี้ นอกเหนือจากนี้แล้ว MINT ยังสามารถรับรู้กำไรส่วนเพิ่มจากการซื้อกิจการล่าสุดในธุรกิจอาหารใน
ประเทศจีนเริ่มในครึ่งหลังของปีนี้อีกด้วย โดยล่าสุดบริษัทเข้าถือหุ้นใน Riverside มากขึ้น 16.7% (ทำให้ MINT ถือหุ้นรวมเป็น 85.88%) อีกทั้งธุรกิจปันส่วนเวลาจะฟื้นตัวแรงต่อเนื่องในครึ่งหลังของปี 2560








