MAJOR ซื้อ, BBL ซื้อ, SCB ซื้อ, KSL ขาย, STEC
MAJOR ซื้อ ราคาพื้นฐาน 38.75 บาท
เรามองว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/60 จะสูงเป็น New high และสูงสุดของทั้งปีนี้สนับสนุนโดย รายได้จากการขายตั๋วภาพยนตร์ที่แข็งแกร่ง, รายได้จากค่าโฆษณาและรายได้อื่นที่มั่นคง ในขณะที่ต้นทุนคาดว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3/60 จะยังคงเข็มแข็ง และคาดว่ากำไรสุทธิทั้งปี 2560 จะเพิ่มขึ้น 22% yoy นอกจากนี้ MAJOR ยังมีการเพิ่มจำนวนโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตได้อีก 2-3 ปีข้างหน้า เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 38.75 บาท(รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
BBL ซื้อ ราคาพื้นฐาน 212.00 บาท
BBL ได้รายงานผลประกอบการ 2Q 60 ที่น่าประทับใจ โดยกำไรจากการดำเนินงานได้เติบโตขึ้นในระดับ 24% yoy สนันสนุนจาก การเติบโตของรายได้หลายช่องทาง และ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ทั้งนี้ NPL ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่โดยภาพรวม Coverage ratio ยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ที่ 151% เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 212.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
SCB ซื้อ ราคาพื้นฐาน 172.00 บาท
SCB ได้รายงานผลประกอบการ 2Q 60 ที่หดตัวลง 7% yoy จากการที่รายได้จากธุรกิจประกันในปีที่แล้วมีฐานที่สูง โดยกำไรจากการดำเนินงานยังคงอยู่ในระดับน่าพอใจ ทั้งนี้การขยายตัวของรายได้เกิดการหักล้างกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น Credit costs ยังคงอยู่ในระดับปกติ เห็นได้จากคุณภาพสินทรัพย์ที่คงตัว เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 172.00 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
KSL ขาย ราคาพื้นฐาน 4.40 บาท
KSL ได้ประกาศการควบรวมกิจการระหว่าบริษัทลูกของตน กับ บริษัทลูกของ BCP โดยบริษัทใหม่หลังควบรวมจะเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biomass fuel) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยกำลังการผลิต 1.71 ล้านลิตร ต่อวัน ถึงอย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ KSL ในปี 61 เราคาดการณ์ว่า ผลประกอบการของ KSL จะหดตัวลง 20% yoy ในปี 61 เราคงคำแนะนำ “ขาย” ที่ราคาเป้าหมาย 4.40 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
STEC
STEC ขายที่ดินเปล่า 80 ไร่ จ.สมุทรปราการ ให้ 2 บริษัท รวมมูลค่า 188 ลบ.นำเงินใช้เป็นทุนหมุนเวียน บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC แจ้งว่า บริษัทฯได้จำหน่ายไปซึ่งที่ดิน 2 แปลง รวม 80 ไร่ แบ่งเป็นจำนวน 65 ไร่ ขายให้กับ บริษัท วี แอนด์ เอ โฮลดิ้ง จำกัด และที่ดินจำนวน 15 ไร่ ขายให้กับบริษัท เอ็น แอนด์ เอ็น แลนด์ จำกัด มูลค่ารวม 188 ล้านบาท








