วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (24 ก.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากแรงกดดันของปริมาณการผลิตส่วนเพิ่ม ส่อปริมาณการผลิตรวมปรับขึ้นแตะ 33 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังบริษัท Petro-Logistics มีการคาดการณ์ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) อาทิเช่น ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และไนจีเรีย อาจปรับเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในเดือน ก.ค. 60 ประมาณ 145,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบโดยรวมปรับตัวขึ้นมาแตะที่ระดับ 33 ล้านบาร์เรลต่อวัน

+/- อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตามองการประชุมของกลุ่มประเทศโอเปคและนอกกลุ่มโอเปค ที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 24 ก.ค. 60 ณ กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย โดยคาดว่าที่ประชุมจะมีการร่วมหารือและทบทวนเงื่อนไข รวมถึงประเมินผลการดำเนินมาตรการปรับลดกำลังการผลิตในปัจจุบัน นอกจากนั้น ที่ประชุมอาจมีการหารือถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของประเทศลิเบียและไนจีเรีย ซึ่งเป็น 2 ประเทศสมาชิกโอเปคที่ได้รับการยกเว้นจากข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต ว่าจะสามารถดำเนินมาตรการสนับสนุนราคาน้ำมันดิบเพิ่มเติมใดที่จะมาชดเชยแรงกดดันของราคาจากปริมาณการผลิตส่วนเพิ่มดังกล่าว

+ Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 ก.ค. 60 ปรับลดลงจำนวน 1 แท่น มาอยู่ที่ระดับ 764 แท่น ทั้งนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐ ที่มีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยในระยะนี้ นับเป็นการส่งสัญญาณบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณอุปสงค์ในภูมิภาคเอเชียที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับแรงหนุนของปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงหนุนของอุปสงค์ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากประเทศอินเดีย ศรีลังกาและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลโดยรวมยังคงได้รับแรงกดดันภายหลังตลาดมีการคาดการณ์ว่าภาวะอุปทานตึงตัวมีแนวโน้มคลี่คลายลง


ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

           ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

           ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 47-52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- จับตาการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคในวันที่ 24 ก.ค. นี้ หลังจะมีการทบทวนและหารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดน้ำมันดิบ ณ ปัจจุบัน และอาจจะมีพูดคุยถึงมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบ ระหว่างตัวแทนของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคทั้ง 6 ประเทศได้แก่ คูเวต เวเนซูเอลา แอลจีเรีย ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย และโอมาน รวมถึงลิเบียที่จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลง หลังโรงกลั่นสหรัฐ คาดจะคงอัตราการกลั่นในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวดีขึ้น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 14 ก.ค. 60 ปรับลดลงราว 4.7 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 490.6 ล้านบาร์เรล

- การผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เพิ่มการขุดเจาะน้ำมันดิบขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ทิศทางการเพิ่มขึ้นเริ่มชะลอตัวลงหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง

- การผลิตน้ำมันดิบของลิเบียและไนจีเรียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยลิเบียการผลิตน้ำมันดิบล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายในสิ้นเดือน ก.ค. นี้ ในขณะที่ไนจีเรียปริมาณการผลิตอยู่ที่ระดับ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ใกล้เคียงกับระดับเป้าหมายที่ 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน

-------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999