วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'5บจ.ใหญ่' ตัดขายบริษัทในเครือ

5บจ.ใหญ่ "ตัดขาย" บริษัทในเครือ หนุนมูลค่าเพิ่มหุ้น

กรุงเทพธุรกิจได้สำรวจข้อมูลต้นเดือนก.ค.2560 พบว่า บริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ ตัดขายบริษัทในเครือ ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีวัตถุประสงค์ของการทำรายการครั้งนี้แตกต่างกัน แต่เป้าหมายที่สำคัญคือ การลดภาระท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีแนวโน้มไม่ชัดเจน และประโยชน์จากการตัดขายบริษัทในครั้งนี้ย่อมเป็นผลดีเพราะทำให้บริษัทมีเงินสดเข้ามาเติมสภาพคล่องได้เช่นกัน

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า บริษัทที่มีการทำรายการตัดขายหรือยกเลิกการทำธุรกิจของบริษัทในเครือประกอบด้วย บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) PF แจ้งว่าบริษัทอนุมัติการขายหุ้นสามัญทั้ง หมดที่ถืออยู่ในบริษัท ดาราฮาร์เบอร์ จำกัด (ดาราฮาร์เบอร์) จำนวน 26,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 10 บาท คิดเป็น 65% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดของดาราฮาร์เบอร์ให้แก่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) CPN ในราคารวม291.75 ล้านบาท ดังนั้นทำให้ดาราฮาร์เบอร์สิ้นสภาพเป็นบริษัทย่อย

ทั้งนี้ ดาราฮาร์เบอร์ ประกอบธุรกิจพัฒนาอสงัหาริมทรัพย์ ที่พักอาศัย และศูนย์การค้า ทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่า การขายทรัพย์สินจะช่วยให้มีสภาพคล่องเพิ่มขี้นในทันที และสามารถนำมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการลงทุนในปัจจุบันและในอนาคต รวมทั้งลดภาระจัดหาแหล่งเงินกู้หรือเงินทุนเพิ่มเติม

บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) AH แจ้งว่า บริษัท คอนติเนนทัล ออโตโมทีฟ โฮลดิ้ง เนเธอร์แลนด์ จำกัด (คอนติเนนทัล) ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายเพื่อเข้าซื้อบริษัท ควอนตัม อินเวนชั่น พีทีอี ลิมิเต็ด (QI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่บริษัทอาปิโก้ ได้เข้าลงทุนในปี 2557 และ บริษัทถือครองหุ้นของ QI ในสัดส่วน25%ของทุนจดทะเบียน โดยถือครองในนามบริษัท อาปิ โก อินเวสเมนท์ พีทีอี ลิมิเต็ด (AIPL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสิงคโปร์ ราคา 9.25 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 230 ล้านบาท

นอกจากนี้สัญญาซื้อขายได้กำหนดเงื่อนไขให้บริษัท บริษัท อาปิ โก ไอทีเอส จำกัด (AITS) ต้องจำหน่ายคืนเงินลงทุนในบริษัท อาปิ โก คิวไอ จำกัด ซึ้งเป็นบริษัทย่อยของ QI ในประเทศมาเลเซีย ซึ่ง AITS ถือครองหุ้นในสัดส่วน60%ของทุนจดทะเบียน โดยมีมูลค่าการจำหน่ายไปเป็นจำนวนเงิน 450,000 ดอลลาร์สิงคโปร์

บริษัท ซีโอแอล จำกัด(มหาชน) COL แจ้งบริษัท มีมติอนุมัติจำหน่ายหุ้นสามัญในบริษัท เซ็นเนอร์จี อินโนเวชั่น จำกัด (CNG) ให้กับ บริษัท ห้างเซ็นทรัลดีพาทเมนท์สโตร์ จากัด หรือ (HCDS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทตามแผนการยุติดำเนินธุรกิจออนไลน์แบบธุรกิจสู่ผู้บริโภค มูลค่า 22.72 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าสูงกว่ามูลค่าหุ้นตามบัญชีไตรมาสแรก 

บริษัทจะทำการขายหุ้นสามัญบริษัท เซ็นเนอร์จี อินโนเวชั่น 4,999,997 หุ้นหรือ คิดเป็น 99.99 % ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ CNG ให้กับ HCDS ในราคาหุ้นละ 4.54 บาท ภายหลังจากการจำหน่ายหุ้นสามัญCNG จะทาให้ CNG สิ้นสภาพในการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทซีโอแอล และมีผลให้บริษัท เซ็นทรัลกรุ๊ป ออนไลน์ จำกัด (CGO) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนทางอ้อมที่บริษัทถือหุ้นผ่าน CNG ในสัดส่วน 49%และบริษัท แซด รีเทล เทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท CGO สิ้นสภาพการเป็นบริษัทร่วมของบริษัทเช่นกัน เนื่องจากในขณะบริษัทต้องมีการลงทุนในอนาคตอีกเป็นจำนวนมาก จึงอนุมัติให้ทำการขายหุ้นสามัญของ CNG ออกทั้งหมดของ

บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) SPC ขายหุ้น บริษัท เคพี ซอฟท์ จำกัด 2.88 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 18% ของทุนจดทะเบียน ในราคาหุ้นละ 2 บาท เป็นเงินรวม 41.40 ล้านบาท ให้บุคคลภายนอกที่มีความประสงค์จะซื้อหุ้นดังกล่าว โดย เคพี ซอฟท์ จำกัด มีผลดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และกลุ่มบริษัทไม่มีความชำนาญในธุรกิจนี้

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TRUE แจ้งว่า บริษัท บีอีซี-เทโรทรู วิชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมที่กลุ่มบริษัทถือหุ้นอยู่ 50% ได้ดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว ในวันที่ 20ก.ค. 2560 ทั้งนี้การเลิกบริษัทร่วมดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบกับบริษัท

เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส จำกัด (ASP) ให้ความเห็นว่า การที่บริษัทตัดขายบริษัทในเครือนั้นเป็นบริษัทที่ทำรายการย่อมได้รับประโยชน์ใน 2 เรื่องคือการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และเป็นการลดภาระต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะสะท้อนไปถึงมูลค่าหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน

“เป้าหมายของการตัดขายบริษัทในเครือขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการทำรายการ หากเป็นธุรกิจที่แย่ไม่มีอนาคตตัดขายไปก็ช่วยลดภาระต้นทุนได้ในยามที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว”