"แอลทีเอฟ" ครึ่งปีเงินออก1.5หมื่นล้าน คาดนักลงทุนขายทำกำไรหลังผลตอบแทนย้อนหลังดี
มอนิ่งสตาร์ เผยกอง “แอลทีเอฟ” ครึ่งปีแรกเงินไหลออกกว่า 1.5 หมื่นล้าน เชื่อขายทำกำไรหลังผลตอบแทนย้อนหลังดี ยังเชื่อครึ่งปีหลังมีเงินไหลเข้า ชี้ถือเป็นธรรมชาติของกองทุนนี้ ขณะกองอาร์เอ็มเอฟ เริ่มมีนักลงทุนทยอยกลับซื้อแล้ว
นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุน ประจำประเทศไทย บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ซ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ ภาพรวมกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) มีเม็ดเงินไหลออกสุทธิ 15,200 ล้านบาท ทำสถิติเงินไหลออกสูงสุดเป็นอันดับ 2 รองจากปี 2555 ที่มีเม็ดเงินไหลออกสุทธิ 20,004 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน
“ดูเหมือนว่านักลงทุนจะเน้นการขายหน่วยลงทุนออกเพื่อทำกำไรโดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลตอบแทนที่น่าพอใจจากการลงทุนตลอดเวลาที่ผ่านมา ผลตอบแทน 5 ปีย้อนหลัง เฉลี่ย 6.9% ต่อปี, 7 ปี ได้อยู่ที่เฉลี่ย 10.51% ต่อปี และ 10 ปี ได้อยู่ที่เฉลี่ย 8.55% ต่อปี ประกอบกับสถานการณ์การลงทุนที่ตลาดยังดูมีความผันผวนอยู่มาก”
อย่างไรก็ตาม ถือเป็นธรรมชาติของกองทุนประเภทนี้ ที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่จะรอซื้อในช่วงปลายปี เพราะในช่วง 6 เดือนหลังของทุกปีจะกลับไปเป็นยอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิโดยตลอด โดยยอด 3 ปีล่าสุด มียอดซื้อสุทธิกลับเข้ามาในช่วง 6 เดือนหลังของปี จำนวน 28,080 ล้านบาท, 41,386 ล้านบาท และ 36,390 ล้านบาทตามลำดับ
“แม้ช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมานี้ จะมีนักลงทุนจับจังหวะซื้อสะสมอยู่บ้าง ด้วยโอกาสจะเอื้อต่อการได้ต้นทุนที่ค่อนข้างถูก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยยังไม่ไปไหนไกล บวกไปเพียง 2% กว่าเท่านั้น แต่ด้วยยอดขายทำกำไรที่มีสูงกว่าจึงสะท้อนออกมาเป็นเงินไหลออกสุทธิจากกองทุนประเภทนี้”
ในขณะที่กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) นายกิตติคุณ กล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีการขายสุทธิออกค่อนข้างมากผิดปกติในไตรมาสแรก ก็เริ่มมีนักลงทุนซื้อกลับเข้ามาบ้างเล็กน้อยในไตรมาสที่สอง ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิกลับมาเป็นบวกได้ที่ 13 ล้านบาท แต่ก็ยังถือว่าเป็นยอดที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี
โดยพบว่า ในปี 2559 มียอดซื้อ อาร์เอ็มเอฟ สุทธิ 385 ล้านบาท, ปี 2558 มียอดซื้อสุทธิ 2,713 ล้านบาท, ปี 2557 มียอดซื้อสุทธิ 1,765 ล้านบาท และปี 2556 มียอดซื้อสุทธิสูงสุด 5,489 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของกองทุนอาร์เอ็มเอฟ จะมียอดซื้อเข้ามาตลอดทั้งปีอยู่แล้ว เพราะเงื่อนไขในการขายหน่วยลงทุนมีความแตกต่างกัน และเช่นเดียวกันยอดซื้อจะไปกระจุกตัวในช่วงปลายปีเช่นเดียวกับกองทุนแอลทีเอฟ
ดังนั้น ภาพรวมของทั้งกองทุน แอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ ตลอดทั้งปีนี้ ยังมีแนวโน้มในการเติบโตได้ดี เพราะเชื่อว่าแรงขายจากนักลงทุนที่ตั้งใจอยากจะขายกองทุนทั้ง 2 ประเภทนี้นั้นน่าจะลดลงจนเกือบจะหมดแล้ว ซึ่งก็คาดการณ์ได้ว่าหลังจากนี้ครึ่งหลังของปีน่าจะมีแต่กำลังซื้อทยอยกลับเข้ามาโดยเฉพาะช่วงเดือนสุดท้ายของปี หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกปี 2560 กองทุน แอลทีเอฟ มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 330,809 ล้านบาท และกองทุน อาร์เอ็มเอฟ มีอยู่ 219,302 ล้านบาท พร้อมกันนี้แนะนำว่าผู้ลงทุนที่ต้องการซื้อกองทุน แอลทีเอฟและอาร์เอ็มเอฟ เพื่อลดหย่อนภาษี หากในช่วงนี้หายังลังเล อาจตกขบวนเสียโอกาสซื้อด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า









