กำไรไตรมาส2/60 เป็นไปตามคาด...
ผลประกอบการไตรมาส2/60 เป็นไปตามคาด...
BAY รายงานกำไรไตรมาส2/60 อยู่ที่ 5.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และ 9% QoQ ซึ่งเป็นไปตามที่เราและตลาดคาด กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียปรับตัวเพิ่มขึ้น 9% YoY และ 4% QoQ มาอยู่ที่ 1.27 หมื่นล้านบาท กำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2560เติบโต 11% YoY มาอยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 49% ของประมาณการกำไรปี 2560
ประเด็นหลักผลประกอบการ
สินเชื่อปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.0% QoQ เป็นไปตามที่เราคาด สินเชื่อรายย่อยเติบโต 2.8% QoQ ในขณะที่สินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อบรรัทปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.9% QoQ และ 3.3% ตามลำดับ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส2/60 อยู่ที่ 3.80% เพิ่มขึ้น 5bps YoY และ 10 bps QoQ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 11% YoY และ 3% QoQ มาอยู่ที่ 1.69 หมื่นล้านบาท สอดคล้องกับการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย QoQ รายได้ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 3% QoQ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 1.15
หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY แต่ลดลง 2% QoQ อัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับของ BAY ในไตรมาส2/60 อยู่ที่ 47.5% เพิ่มขึ้นจาก 47.0% ในช่วงเวลาเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว แต่ลดลงจาก 49.2% ในไตรมาส1/60
อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 4% QoQ มาอยู่ที่ 5.4 พันล้านบาทเป็นตามคาด สัดส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของ BAY ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 2.2% ในปลายเดือนมิ.ย.จาก 2.3% ในสามเดือนก่อนหน้านี้ ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ทรงตัว QoQ อยู่ที่ 143.6% สินเชื่อที่จับตาเป็นพิเศษอยู่ที่ 5.39 หมื่นล้านบาท ในปลายเดือนมิ.ย. 2560 ลดลง 2.4% QoQ เช่นเดียวกับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้รวมอยู่ที่ 3.65 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 1.0% QoQ ตามทิศทางของสินเชื่อที่เติบโตดี
แนวโน้ม
เราคาดว่ากำไรไตรมาส3/60จะเติบโตอยู่ที่ 5% YoY มาอยู่ที่ 6 พันล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อกอปรกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงทรงตัว
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมารการกำไรปี 2560 ไม่เปลี่ยนแปลงที่ 2.36 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY ทั้งนี้ BAY ยังคงเป้าหมายสินเชื่อเติบโตอยู่ที่ 6-8% ในปี 2560
คำแนะนำ
เราเชื่อว่า BAY ยังคงสามารถรักษาการเติบโตของกำไรในระดับปานกลางได้จากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังปี 2560 เป็นต้นไป ซึ่งได้แรงหนุนจากธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านไมโครไฟแนนซ์และการกระจายธุรกิจสู่ตลาด CLMV (นำโดยธนาคารแม่, BTMU) การดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลต่อโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการจากสินเชื่อที่เติบโตดีขึ้นและการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลงกว่าที่คาด ทั้งนี้เรายังคงคำแนะนำ ถือ สำหรับ BAY ในบรรดากลุ่มธนาคาร เราชื่นชอบ SCB, KKP และ TISCO เนื่องจากเป็นหุ้นมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากเทียบกับ BAY ที่มีจำนวนหุ้นหรือสภาพคล่องในการซื้อขาย (Free floating) ในปัจจุบันที่ 3% ของหุ้นที่จดทะเบียนทั้งหมด









