กำไรไตรมาส 2/60 เป็นไปตามคาด
กำไรเป็นไปตามคาด
TCAP รายงานกำไรไตรมาส 2/60 ที่ 1.68 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY และ 5% QoQ สอดคล้องกับคาดการณ์ของเราและตลาด หากไม่รวมการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ, กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียรวมจะอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 5% QoQ ทั้งนี้กำไรครึ่งแรกเพิ่มขึ้น 16% YoY มาอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท คิดเป็น 50% ของประมาณการกำไรปี 2560 ของเราที่ 6.5 พันล้านบาท
ประเด็นหลักผลประกอบการ
พอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นเดือนมิย 60 อยู่ที่ 617 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% QoQ หากแต่ทรงตัวตังแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของเรา ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 3.14% เพิ่มขึ้น 12 bps YoY และ 4 bps QoQ เนื่องจากการบริหารต้นทุนเงินทุนที่ดีซึ่งลดลง YoY เร็วกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ (ประเภทสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อย) ในช่วงเวลาดังกล่าว รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิอยู่ที่ 7.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 2% QoQ รายได้ค่าธรรมเนียมไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 6% QoQ ทั้งนี้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ในไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 54.9% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 54.3% ในช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว หากแต่ลดลงจาก 55.8% ในไตรมาส 1/60
การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯโดยรวมของ TCAP ในไตรมาส 2/60 อยู่ที่ 1.37 พันล้านบาท ลดลง 3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 61% QoQ ( เราคาดว่าการตั้งสำรองเพื่อหนี้สูญฯ 900 ล้านบาท ) โดย ณ สิ้นเดือน มิ.ย. สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 2.26% จาก 2.21% ในสามเดือนก่อนหน้านี้ ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวลดลง 143% จากเดิมอยู่ที่ 152% ณ สิ้นเดือน มี.ค. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมอยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY
และ 1% QoQ
แนวโน้ม
เราคาดว่าการตั้งสำรองเพื่อหนี้สูญฯของไตรมาส 3/60 จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังจากบริษัทตั้งเป้าอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 143% ในไตรมาส 2/60 ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 140-145% สำหรับ ปั 2560 นอกจากนี้เราคาดว่าสินเชื่อจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ ในไตรมาสนี้ เนื่องจากกลุ่มสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อเอสเอ็มอีเริ่มดีขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เรายังคงประมาณการกำไรของปี 2560 ที่ 6.5 พันล้านบาท
คำแนะนำ
ปัจจุบัน TCAP ยังคงมีราคาถูกโดยซื้อขายในระดับ PBV ณ สิ้นปี 2560ที่เพียง 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารไทยที่ 1.35 เท่า นอกจากนี้เราเห็นโอกาสในการปรับประมาณการจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่ลดลงกว่าที่คาดและสินเชื่อที่เติบโตมากขึ้นกว่าที่เราคาด 3% ในปีนี้ เนื่องจากยอดขายรถใหม่ที่ปรับตัวดีขึ้น ดังนั้นเราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ TCAP ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 55 บาท อ้างอิงจาก PBV ณ สิ้นปี 2560 ที่ 1.1 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลียของกลุ่มธนาคารที่ปัจจุบันซื้อขายที่ PVB ที่ 1.2 เท่า) เราคาดว่าเงินปันผลจะอยู่ที่ 4.4% สำหรับผลดำเนินงานปี 2560 และ 4.6% สำหรับผลดำเนินงานปี 2561









