หุ้นเล็ก "เทรดคึก" หนุนแรงเก็งกำไรขยับ
ช่วงที่ผ่านมาหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวเศรษฐกิจในครึ่งปีแรก ทำให้หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กมีนั้นปรับตัวลงแรงมากกว่าปกติ แต่เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น โดยเฉพาะหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาทราคาทยอยปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก
หุ้นที่ปรับตัวได้ดีตั้งแต่ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2560 ถึง 12 ก.ค. 2560 ประกอบด้วย หุ้นบริษัทซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) ASAP โดยมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 5,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.55% บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) RS มีมาร์เก็ตแคปที่ 14,745 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.88% บริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) GJS มาร์เก็ตแคป 5,292.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.06% บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) GLS มาร์เก็ตแคป 3,385.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.47 % บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) CPL มีมาร์เก็ตแคป 2,031 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 38.57 %
กิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนขนาดกลางและขนาดเล็กในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่าออกมาไม่ดีนัก เมื่อเทียบกับความคาดหวังของนักลงทุน กับระดับราคาปิดกำไรต่อหุ้นที่ 40 เท่า ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวปรับตัวลดลงมากกว่าปกติ
“หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในช่วงไตรมาสที่ 1 มีการปรับเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก เพราะนักลงทุนคาดหวังการเติบโตของกำไรที่สูงทำให้ระดับพีอีสูงกว่าปกติ แต่เมื่อผลประกอบการออกมาไม่ดีนักทำให้เกิดแรงเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง”
ทั้งนี้ ทิศทางผลประกอบการครึ่งปีหลัง เชื่อว่ายังไม่เห็นการฟื้นตัวและจะฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่อิงการเติบโตในประเทศ ทั้งจากราคาสินค้าเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มที่คาดว่าจะมีกำไรฟื้นตัวโดดเด่นคือ กลุ่มอุปโภคบริโภคในประเทศ และกลุ่มเช่าซื้อสินค้าเกษตร และสินเชื่อรถจักรยานยนต์ รวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ ทั้งกลุ่มสินเชื่อทะเบียนรถ และสินเชื่อไม่มีหลักประกัน จะเติบโตดีกว่าปกติ เนื่องจากรายได้นอกกลุ่มเกษตรยังไม่ขยายตัวดีทำให้ประชาชนต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น
ส่วนหุ้นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ คือ หุ้นกลุ่มที่ใช้สินเชื่อระยะสั้น หรือตั๋วบีอีจำนวนมาก รวมถึงกลุ่มพลังงานทดแทน ที่จะได้รับผลกระทบจากการชะลอโครงการพลังงานทดแทนใหม่ของภาครัฐ และประเทศญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการปรับเกณฑ์การจ่ายผลตอบแทน อาจกระทบกับผู้ที่ยังไม่มีโครงการในมือ และต้องเข้าซื้อโครงการเพิ่มเติม
วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็กจำกัด บอกว่า บริษัทหันไปทำบทวิเคราะห์ในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในตลาดเอ็มเอไอมากขึ้น โดยจากการทำบทวิเคราะห์ครอบคลุม 13 บริษัท พบว่า มีส่วนใหญ่มีการฟื้นตัวของผลประกอบการที่ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน ที่ฟื้นตัวได้โดดเด่น
“ผลประกอบการของบริษัทที่โกลเบล็กทำบทวิเคราะห์ในช่วงไตรมาสที่ 1 อาจออกมาไม่ดีนัก เนื่องจากเป็นกำลังซื้อนั้นยังไม่เข้ามามากนัก แต่ในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในหลายธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มการเงินที่ขยายตัวได้ค่อนข้างดีจะอยู่ในกลุ่มสินเชื่อที่พอร์ตสินเชื่อยังขยายตัวได้ดี"






