วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ADVANC - ถือ

ปัจจัยบวกระยะสั้น—การเซ็นสัญญาคลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ซกับทีโอที

ประเด็นการลงทุน

เราเชื่อว่าการเซ็นสัญญาคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซกับทีโอทีอย่างเป็นทางการในเดือนส.ค.นี้จะเป็นปัจจัยบวกกระตุ้นราคาหุ้น ADVANC ในระยะสั้น ส่วนมูลค่าเพิ่มในระยะยาวจะมาจากการเปิดประมูลคลื่นความถี่ของกสทช.ในปี 2561 (ซึ่งเราคิดว่าราคาชนะประมูลสุดท้ายมีแนวโน้มที่จะต่ำกว่าราคาชนะประมูลในครั้งที่แล้วของทั้งสองคลื่นความถี่) กำไรมีแนวโน้ม
ที่จะพลิกกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้น YoY ตั้งแต่ไตรมาส 3/60 หนุนโดยรายได้บริการที่เพิ่มขึ้น และเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์ที่ลดลง เรายังคง คำแนะนำ “ถือ” เพื่อรอรับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 4% และ เนื่องจากอัตราส่วน EV/EBITDA ของ ADVANC ที่สูงมากถึง 9.9 เท่าในปี 2560 และ 9.4 เท่าในปี 2561 เราจึงแนะให้ลงทุนในหุ้น INTUCH แทน ซึ่งส่วนลดโฮลดิ้งของ INTUCH ถือว่ากว้างมากถึง 18% ณ ปัจจุบัน (เทียบกับเฉลี่ยที่ 14% ในปี 2559)

ปัจจัยบวกระยะสั้น—การเซ็นสัญญาคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซกับทีโอที

เราคาดว่าสำนักอัยการสูงสุดมีแนวโน้มเสร็จสิ้นการตรวจประเด็นข้อกฎหมายของสัญญาคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซระหว่างบริษัทแอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ตเวิร์ก จำกัด (AWN) กับทีโอทีและคาดว่าจะส่งร่างสัญญา กลับคืนไปให้กับทีโอทีในเดือนก.ค. ถ้าหากว่าไม่มีประเด็นข้อกฎหมายใดๆ เราคาดว่าทีโอทีมีแนวโน้มเซ็นสัญญากับ AWN ได้ภายในเดือนส.ค. 2560
เราได้คำนวณรวมผลกระทบของการเข้าใช้คลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซของทีโอทีเข้าไปในประมาณการของเราแล้วก่อนหน้าทั้งในแง่ของรายได้และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น


ปัจจัยบวกระยะกลางและยาว—การประมูลคลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิร์ซและ 2.6 กิกะเฮิร์ซของกสทช.

เราใช้สมมติฐานว่ากสทช.ชุดนี้จำนวน 11 คนที่จะหมดวาระลงในวันที่ 7 ต.ค.2560 จะถูกแทนที่ด้วยกสทช.ชุดใหม่ 7 คนภายในไตรมาส 4/60 หรือ ไตรมาส 1/61 กสทช.ชุดใหม่จะเข้ามาดูแลการประมูลคลื่นความถี่ในปี 2561 ซึ่งได้แก่ คลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิร์ซและคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ซ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 และคลื่นความถี่ 2.6 กิกะเฮิร์ซในช่วงครึ่งหลัง ของปี 2561 เนื่องจากจะมี 3 ใบอนุญาตต่อการประมูลในแต่ละคลื่นความถี่ของคลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิร์ซและคลื่นความถี่ 2.6 กิกะเฮิร์ซ และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายปัจจุบันซึ่งมีอยู่เพียงแค่ 3 ราย เราจึงคาดว่าราคาประมูลคลื่นความถี่ในครั้งหน้าไม่น่าที่จะแข่งขันรุนแรงมากเหมือนในครั้งก่อนของการประมูลคลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิร์ซและคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซ

เราคาดว่า ADVANC มีแนวโน้มที่จะชนะหนึ่งในสามใบอนุญาตของคลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิร์ซที่จะเปิดประมูล (15MHz x2 ต่อหนึ่งใบอนุญาต) และ หนึ่งในสามใบอนุญาตของคลื่นความถี่ 2.6 กิกะเฮิร์ซที่จะเปิดประมูล (15MHz x2 ต่อหนึ่งใบอนุญาต) ภายใต้สมมติฐานราคาชนะประมูลคลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิร์ซที่ 4.5 หมื่นล้านบาท เราประเมินมูลค่าเพิ่มต่อหุ้นของ ADVANC ได้เท่ากับ 14.3 บาทต่อหุ้น (ซึ่งจะเพิ่มขึ้นจากราคาเป้าหมายของเราที่ 173 บาท) เรายังคงไม่ได้รวมผลกระทบทางบวกจากใบอนุญาต คลื่นความถี่ 1.8 กิกะเฮิร์ซและ 2.6 กิกะเฮิร์ซเข้าไปในประมาณการของเรา ณ ปัจจุบัน


ส่องกล้องไตรมาส 2/60—กำไรหลักถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/60 ที่ 7.3 พันล้านบาท ลดลง 24% YoY และ 5% QoQ และกำไรหลักที่ 7.05 พันล้านบาท ลดลง 25% YoY และ 4% QoQ กำไรหลักที่มีแนวโน้มลดลง YoY เนื่องมาจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิร์ซและค่าใช้จ่ายสำหรับดีล พันธมิตรคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ซกับทีโอที รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งมีแนวโน้มกลบผลกระทบทางบวกของรายได้บริการที่เพิ่มขึ้น และเงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่ลดลง ในไตรมาส 2/60 ADVANC ยังคงเน้นการทำตลาดโดยให้เงินอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์เฉพาะกับลูกค้าโพสต์เพดที่มีรายได้ต่อเลขหมายในระดับสูงมากกว่าลูกค้าพรีเพด ในทำนองเดียวกัน ธุรกิจบรอดแบนด์ประจำที่ยังคงเน้นลูกค้าซึ่งมีอัตราการใช้งานที่แน่นอนและไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่เน้นด้านราคาเป็นหลัก อัตราการใช้งานของธุรกิจบรอดแบนด์ประจำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าถ้าเทียบ ณ สิ้นไตรมาส 2/60 กับ ณ สิ้นปี 2559