โลกเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
คาดตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นวันนี้ หนุนโดยปัจจัยบวกจากตัวเลขการจ้างงานสหรัฐที่แข็งแกร่ง ตัวเลขการค้าเยอรมันที่ออกมาดี และแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/60 ที่น่าจะออกมาแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ตลาดน่าจะถูกจำกัดโดยการคาดการณ์ที่ธนาคารกลางหลายๆแห่งจะสิ้นสุดนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน รวมถึงความไม่แน่นอนของการโหวต พรบ.สาธารณสุขสหรัฐ ปัจจัยภายในประเทศ มีความเป็นไปได้ที่ ครม.จะอนุมัติโครงการรถไฟไทย-จีนวันนี้ สิทธิพิเศษสำหรับโครงการการผลิตโดยหุ่นยนต์มูลค่า 1.4 พันล้านบาทได้รับความเห็นชอบจากบีโอไอแล้ว นับเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการอุตสาหกรรมคลัสเตอร์ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกของรัฐบาล
หุ้นเด่นวันนี้: IVL(ราคาปิด 37.75 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมาย AWS ที่ 46 บาท)
เรามอง IVL ในเชิงบวกตามแนวโน้มขาขึ้นของปิโตรเคมีและได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากวัตถุดิบหลักของการผลิตปิโตรเคมี คือน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ โดยเราคาดว่า IVL จะได้รับประโยชน์จากผลิตผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม (HVA) อย่างต่อเนื่องตลอดจนการปรับการซื้อกิจการหลายแห่งในยุโรปและเอเชีย ในช่วงปี 2559 ของ IVL จะเกิดผลตอบแทนที่ดีในปี 2560-2561 ซึ่งเห็นเป็นรูปธรรมขึ้นมาแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1/60 นอกจากนี้โรงงานผลิต EO / EG (Ethylene Oxide / Ethylene Glycol) ในสหรัฐฯ ได้กลับมาเริ่มดำเนินการผลิตตั้งแต่กลางเดือนก. ค.หลังจากหยุดซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลานาน ผลผลิตโดยรวมของ IVL กำลังเพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราคาดการณ์กำไรปกติของ IVL จะเพิ่มขึ้น 12% ในปี 2560 และ 24% ในปี 2561 โดยราคาเป้าหมายของเราอยู่ที่ 46.00 บาทซึ่งอิง EV / EBITDA 12 เท่ามีส่วนต่างจากราคาปัจจุบันมี Upside 22% Price Pattern ของ IVL ยังมีความแข็งแกร่งในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) จากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Buy Signal เพียงแต่ในช่วงระยะสั้นนั้นยังมีความอ่อนแอจากการเกิด Daily Sell Signal เมื่อพิจารณา Price Pattern ที่ได้ปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 38 บาทแล้ว เกิดการอ่อนตัวลง จึงทำให้มีแนวต้านแข็งแกร่งระยะสั้นอยู่ที่ 38 บาท ซึ่งหาก Price Pattern แข็งแกร่งมากพอ โดยสามารถ Break ด้วยการปิดตลาดเหนือ 38 บาทได้อีกครั้ง จะทำให้ Price Pattern ของ IVL มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 43.25 บาท (Resistance: 38.00, 38.25, 38.50; Support: 37.50, 37.25, 37.00)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• รถไฟไทย-จีนให้ ครม. อนุมัติวันนี้ ก.คมนาคมฟุ้งหารือรถไฟไทย-จีน ครั้งที่ 19 เป็นไปด้วยดี เตรียมชงรถไฟไทย-จีนเข้า ครม. 11 ก.ค.นี้ (Bangkok Post)
• มูลค่าการค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในช่วง 5 เดือนแรกเพิ่มขึ้น6.4% อยู่ที่ 5.295 แสนล้านบาท หนุนโดยการขนส่งที่ดีขึ้นรวมถึงการลงทุนที่มากขึ้นตามพื้นที่ตะเข็บชายแดน รวมทั้งความต้องการสินค้าของไทยที่มากขึ้นโดยเฉพาะจากกัมพูชา ลาว และเมียนมาร์ (Bangkok Post)
• อนุมัติ BOI หุ่นยนต์ลงทุน 1.4 พันล้าน ธุรกิจหุ่นยนต์เข้ามาลงทุน ตั้งแต่ปี 2559-มิ.ย.60 อนุมัติบีโอไอไปแล้ว กว่า 1,400 ล้านบาท เผยยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่น "นาชิ" ทุ่มงบขยายกิจการเพิ่มดันไทยฮับอาเซียน (ไทยโพสต์)
ต่างประเทศ:
• วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันกำหนดลงมติยกเลิกโอบามาแคร์ในสัปดาห์หน้า และปล่อยร่างพรบ.ประกันสุขภาพของพรรคที่ปรับปรุงแล้วในสัปดาห์นี้ (Reuters)
• ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อวันจันทร์จากข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่ง โดยไต่สู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์เทียบกับเงินเยน ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.04% สู่ระดับ 96.049 (Reuters)
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐร่วงลงเมื่อวันจันทร์ จากการปรับตัวขึ้นอย่างมากหลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรทำให้นักลงทุนซื้อขายมากขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอ้างอิงอายุ 10 ปีปรับตัวลงสู่ระดับ 2.373% จากที่ระดับ 2.393% เมื่อวันศุกร์ (Reuters)
สหรัฐ:
• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ หนุนโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนมองบวกว่ากลุ่มนี้จะมีผลประกอบการไตรมาส 2/60 แข็งแกร่ง ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/60 ของบริษัทใน S&P500 เป็นที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7.9%YoY (Reuters)
• กำหนดแถลงนโยบายทางการเงินรอบครึ่งปีของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดเป็นเรื่องเด่นในสัปดาห์นี้ เพื่อจะหาเบาะแสเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งถัดไป โดยนางเยลเลนจะแถลงนโยบายในวันพุธและพฤหัสนี้ (Reuters)
• ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 222,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย.เป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดเป็นครั้งที่ 2 ของปีนี้และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 179,000 ตำแหน่ง ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์มากขึ้นว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อตามแผนในปีนี้แม้ว่าเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ (Reuters)
ยุโรป:
• หุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นวานนี้ นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารและสาธารณูปโภค หนุนโดยตัวเลขส่งออกเยอรมันเดือน พ.ค.ที่ดีกว่าคาด และดีลการควบรวมกิจการ นอกจากนี้ โบรกเกอร์ได้ปรับประมาณการบริษัทขนส่งขึ้นจากการที่ภาคส่งออกดีขึ้นอีกด้วย (Reuters)
• ส่งออกเยอรมันเดือน พ.ค.ปรับตัวขึ้นดีกว่าคาด และเติบโตเร็วกว่านำเข้า ทำให้เกินดุลการค้าเพิ่มขึ้น โดยที่ส่งออก พ.ค.เพิ่มขึ้น 1.4% ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 แล้ว และนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.2% ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดส่งออกจะขึ้นเพียง 0.3% และนำเข้าจะปรับตัวขึ้นเพียง 0.5% (Reuters)
เอเชีย:
• หุ้นของจีนปรับตัวลดลงเล็กน้อยในวันจันทร์ก่อนการประกาศข้อมูลในช่วงสัปดาห์นี้ ในวันที่ 17 กรกฎาคม จีนประกาศ GDP 2Q60 พร้อมกับผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายน การขายปลีกและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรในเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน(Reuters)
• ผู้ว่า BOJ ย้ำถึงคำมั่นสัญญาของ BOJ ที่จะทำให้อัตราผลตอบแทนของ JGB อยู่ใกล้ศูนย์ นอกจากนี้ BOJ ยังเสนอมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคของประเทศในระยะเวลามากกว่าหนึ่งทศวรรษที่การส่งออกและการบริโภคแข็งแรงขึ้น(Reuters)
• คำสั่งซื้อเครื่องจักรหลักของญี่ปุ่นร่วงลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนพฤษภาคม และรัฐบาลปรับลดมุมมองคำสั่งซื้อเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ตัวเลขลดลง 3.6% MoMในเดือน พ. ค. ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ 1.7% และลดลง 3.1% ในเดือนเมษายน (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• น้ำมันบวกเล็กน้อยวันจันทร์ แต่แท่นขุดเจาะที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐและความไม่แน่นอนว่าลิเบียและไนจีเรียจะกลับมาผลิตอีกกระทบแนวโน้มอุปทานน้ำมันที่วางแผนจะลดกำลังการผลิตกันอยู่ น้ำมันดิบสหรัฐบวก 17 เซนต์ (0.4%) ปิดที่ 44.40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบเบรนท์บวก 17 เซนต์ (0.36%) ปิดที่ 46.88 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)
• ทองคำบวกวันจันทร์ จากจุดต่ำสุดนับแต่กลาง มี.ค. เพราะผู้ค้ารอสัญญาณจากธนาคารกลางว่าจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ ทองคำตลาดจรบวก 0.07% ปิด 1,213.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทองคำสหรัฐล่วงหน้าส่งมอบ ส.ค. บวก 3.50 ดอลลาร์ (+0.29%) ปิดที่ 1,213.20 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)









