วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บล.ใหม่' เปิดศึกชิงนักวิเคราะห์

บล.ใหม่ "เปิดศึก" ชิงนักวิเคราะห์ “สมาคมฯ”ชี้กดดันงานวิจัยวูบ

สมาคมนักวิเคราะห์ยอมรับ บล.แข่งขันดุ เผยรายใหม่เน้นดึงนักวิเคราะห์ กดดันจำนวนงานวิจัยวูบ แนะบล.เร่งสร้างนักวิเคราะห์หน้าใหม่“เอเซียพลัส” ย้ำรักษาทีมนักวิเคราะห์มากที่สุดในอุตสาหกรรม ด้านก.ล.ต. รายงานตัวเลขทั้งระบบลดลง

นางภรณี ทองเย็น อุปนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยว่า การเข้ามาของบริษัทหลักทรัพย์(บล.)รายใหม่นั้น ทำให้เกิดการแข่งขันและแย่งชิงนักวิเคราะห์ในตลาดมากขึ้น ซึ่งกดดันให้จำนวนบทวิเคราะห์ในตลาดโดยรวมนั้นลดลง ปัจจุบันจำนวนบทวิเคราะห์ในตลาดมีจำนวนต่ำกว่า 200 บทวิเคราะห์ สวนทางกับบริษัทจดทะเบียนที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

“ปัจจุบันจำนวนบทวิเคราะห์ในตลาดหุ้นลดลงอย่างมาก โดยจากการสำรวจรอบล่าสุดพบว่า มีจำนวนบทวิเคราะห์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นต่ำกว่า 200 บริษัท ทั้งที่จำนวนบริษัทจดทะเบียนมีการปรับเพิ่มขึ้นทุกปี”

สาเหตุที่ทำให้บทวิเคราะห์ปรับตัวลดลงเกิดจากการมีบริษัทหลักทรัพย์แห่งใหม่ เปิดตัวอย่างต่อเนื่อง นโยบายของแต่ละบริษัทต้องการสร้างบทวิเคราะห์เข้าสู่ตลาดให้มากที่สุดและต้องการความหลากหลาย ซึ่งทำให้หลายบริษัทเลือกที่จะซื้อตัวนักวิเคราะห์ที่มีประสบการณ์จากบริษัทอื่นๆเข้าไปทดแทน ผลกระทบคือทำให้บทวิเคราะห์ในตลาดปรับตัวลดลง เพราะการสร้างบทวิเคราะห์ 1 บริษัทนั้น ต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน

รวมถึงต้องใช้เวลาในการเก็บข้อมูล ประมวลข้อมูลของบริษัทในอนาคต  ทำให้ต้องเลือกจัดทำบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ในหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด(มาร์เก็ตแคป)สูงก่อน ทำให้หุ้นขนาดกลาง และขนาดเล็กนั้น จะมีบทวิเคราะห์ที่ปรับตัวลดลง ซึ่งการแข่งขันอุตสาหกรรมหลักทรัพย์ในอนาคต จะเน้นเรื่องของบทวิเคราะห์ที่มากขึ้น ทำให้การแย่งชิงตัวนักวิเคราะห์อาจเพิ่มขึ้นได้  ดังนั้น บริษัทหลักทรัพย์ จะต้องเน้นการสร้างนักวิเคราะห์รุ่นใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดและจำนวนบริษัทจดทะเบียน โดยการสร้างนักวิเคราะห์ 1 คนใช้เวลาค่อนข้างมากกว่าที่จะสามารถทำบทวิเคราะห์และเผยแพร่แก่นักลงทุนได้

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส นั้น ปัจจุบันมีทีมนักวิเคราะห์ทั้งสิ้น 24 คน โดยมีนักวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน 10 คน นักวิเคราะห์กลยุทธ์ 4 คน นักวิเคราะห์ เทคนิค 4 คน ผู้ช่วยนักวิเคราะห์ 6 คน อยู่ในระดับต้นๆของอุตสาหกรรม โดยช่วงที่ผ่านมายอมรับว่าได้รับผลกระทบจากการแย่งชิงตัวนักวิเคราะห์บ้าง  ซึ่งบริษัทได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่บริษัทจะเน้นการสร้างนักวิเคราะห์รุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานว่า จำนวนนักวิเคราะห์ปัจจุบัน ในด้านปัจจุบันพื้นฐานตลาดทุนมีจำนวนทั้งสิ้น 55 คน อยู่ในระดับเดียวกับสิ้นปี 2559 นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ อยู่ที่ 326 คน ลดลงจากต้นปีที่ 332 คน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน ในตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอยู่ที่ 31 คน จากปีก่อนที่ 30 คน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยทางเทคนิค อยู่ที่ 80 คน ลดลงจากปีก่อนที่ 83 คน

โดยบริษัทหลักทรัพย์ เคทีซึ มิโก้ มีจำนวนนักวิเคราะห์ทั้งสิ้น 24 คน บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ มีนักวิเคราะห์ทั้งสิ้น 17 คน บริษัทหลักทรัพย์ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) มีนักวิเคราะห์ทั้งสิ้น 25 คน บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ มีจำนวนทั้งสิ้น 24 คน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง มีจำนวนนักวิเคราะห์ทั้งสิ้น 39 คน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) มีนักวิเคราะห์ทั้งสิ้น 16 คน และ บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส มีจำนวนทั้งสิ้น 24 คน

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ล่าสุด มีหลักทรัพย์จดทะเบียนจำนวน 593 หลักทรัพย์ มาร์เก็ตรวม 15.6 ล้านล้านบาท โดยมีหมวดอุตสาหกรรมประกอบด้วย 8 หมวดอุตสาหกรรม และแบ่งย่อยเป็น 28 กลุ่ม ประกอบด้วยหมวดเกษตรและอาหาร มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 1.04ล้านล้านบาทคิดเป็น 6.71%ของมาร์เก็ตแคปรวมทั้งตลาด หมวดอุปโภคบริโภค มาร์เก็ตแคปรวม 1.11 แสนล้านบาท คิดเป็น 0.71% หมวดสถาบันการเงิน มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 2.27 ล้านล้านบาท คิดเป็น 17.42% หมวดอุตสาหกรรมมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 8.73 แสนล้านบาท คิดเป็น 5.59% หมวดอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้างมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 2.59 ล้านล้านบาท คิดเป็น 16.59% หมวดทรัพยากร มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 2.9ล้านล้านบาท คิดเป็น 18.65% หมวดบริการ มาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 3.71 ล้านล้านบาทคิดเป็น 23.81% และหมวดเทคโนโลยีมีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่ 1.59 ล้านล้านบาทคิดเป็น 10.24%