วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Retail Market Monitor (7 ก.ค.60)

ถูกกดดันจากผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับขึ้น และคาดการณ์กำไรที่ลดลง

การปรับฐานหลัง Window dressing เนื่องจากแรงทำกำไรในหุ้นโลก ซึ่งเป็นประเด็นที่เราย้ำกันมาตลอดช่วง 3 สัปดาห์เริ่มมีสัญญาณที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US bond yield) ที่เพิ่มขึ้นจากการส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่ตึงตัวมากขึ้นของธนาคารกลางทั่วโลก ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (Earning revision) ทั่วโลกที่ชะลอตัวลงในช่วงไตรมาส 2/60 ทำให้ความน่าสนใจของการลงทุนในหุ้น (Earning yield gap) แคบตัวลง ซึ่งเกิดในทิศทางเดียวกันทั้งโลก จะทำให้ตลาดย่อตัว โดยเราประเมินเป้าหมายการปรับฐานหุ้นไทยในกรณีปกติและจุดซื้อที่มีความเสี่ยงต่ำ (low risk entry level) อยู่ที่ 1530-1550 จุด

การปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรจะกลับมากระทบหนักกับหุ้นที่ซื้อขายด้วย valuation ที่แพงอีกครั้ง ดังนั้นช่วงสั้นควรหลีกเลี่ยงการเสี่ยงซื้อหุ้นในกลุ่มที่ PER สูง ขณะที่หุ้นที่มีแนวโน้มกำไรเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งโดยเชิงโครงสร้างหรือมีโมเมนตัมของกำไรที่เพิ่มขึ้น จะโดดเด่นกว่าตลาด กลุ่มสาธารณูปโภคหรือหุ้นที่กำไรมั่นคง คาดจะมีแนวโน้ม Outperform ตลาดในช่วงนี้ เรามองหาจังหวะทยอยสะสมหุ้นกลุ่มธนาคาร บันเทิง และกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ขณะที่สามารถเลือกลงทุนหุ้นปิโตรเคมีจากราคาพลังงานที่ทรงตัว โดยเราชอบ IRPC ที่สุด การเก็งกำไรเลือกหุ้นที่ยัง Laggard และตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง // หุ้นแนะนำ RATCH, EASTW*, MONO* //เก็งกำไร TIP*, CMO*

ประเด็นการลงทุน

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ - การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 158,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มสู่ระดับ 185,000 ตำแหน่ง ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมิ.ย.ของสหรัฐในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 174,000 ตำแหน่ง หลังจากที่เพิ่มขึ้นเพียง 138,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ค. และคาดว่า อัตราว่างงานเดือนมิ.ย.จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% จากเดือนพ.ค.ที่ระดับ 4.3%

โภคภัณฑ์ – น้ำมันดิบและทองคำปรับขึ้นจากค่าเงินสหรัฐฯ ที่อ่อนลง ค่าระวางเรือลดลง 2.13% เหลือ 829 จุด ราคาถ่านหิน (Newcastle) ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.18% เป็น 83.20 เหรียญ/ตัน จากน้ำท่วมที่จีน

ลอยตัว LPG 1 ส.ค. - กบง.ไฟเขียวเปิดเสรีแอลพีจีทั้งระบบ เริ่ม 1 ส.ค.นี้ ลอยตัวราคาอิงกลไกตลาดโลก สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ดันการแข่งขัน สมบูรณ์ โดยรัฐกำหนดราคาอ้างอิงรายเดือน คาดผู้ใช้แอลพีจีได้ประโยชน์ พร้อมตรึง ราคาขายปลีกแอลพีจี ก.ค.ที่ 20.49 บาทต่อกิโลกรัม

เลื่อนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ – ตลท.ให้ข้อมูลเลื่อนเทรดเป็นต้นปี 2561 จากกำหนดเดิมคือปลายปีนี้ เนื่องยังต้องแก้ไขสัญญาการโอนรายได้สินทรัพย์ ยันมาร์เก็ตแคปไอพีโอ ปีนี้ 2.8 แสนล้านบาทตามเป้าหมาย ระบุครึ่งปีหลังหุ้นใหญ่จ่อเทรด

BANPU – บริษัทชี้แจงน้ำท่วมใหญ่ในจีนตอนใต้ ไม่กระทบการจำหน่ายถ่านหิน เหตุไม่ได้พึ่งพาระบบการขนส่งทางรถไฟ แต่ส่งผลดีต่อราคาขาย ขณะที่ผลการดำเนินงานยังแข็งแกร่ง จากราคาและต้นทุนที่เหมาะสม รวมทั้งการขายล่วงหน้าไว้พอสมควร

CPF - บริษัท CPP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่จดทะเบียนที่ฮ่องกง ประกาศเตือนเรื่องกำไรผลการดำเนิน อันเนื่องมาจากธุรกิจเนื่อสุกรในเวียดนามราคาตกต่ำ ทำให้จะมีผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์มีชีวิต (biological assets) มูลค่า 10-20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในงวดการดำเนินงาน 6 เดือน แรกของปีนี้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานของ CPF ได้

แนวรับ 1570/แนวต้าน : 1578 จุด     สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ หรือที่ไม่ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH)

หุ้นแนะนำ

• RATCH (62) : ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/60 คาดฟื้นตัวแข็งแกร่งจากหน่วยผลิตที่หงสาที่ดีขึ้น ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER เพียง 10 เท่า และให้ผลตอบแทนปันผล 4.2%

• EASTW* (14) : ผลการดำเนินงานคาดอยู่ในทิศทางฟื้นตัว ปริมาณน้ำที่มากขึ้นทำให้ต้นทุนผันน้ำลดลงส่งผลบวกต่อกำไร ขระที่ระยะยาวมีแนวโน้มเติบโตเร่งตัวขึ้นจากการลงทุนในภาคตะวันออก จาก EEC

• MONO* (5) : ผลการดำเนินงานฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้กำไรไตรมาส 2/60 อาจลดลงเนื่องจากค่าใช้จ่ายจากธุรกิจภาพยนต์

• หุ้นมีประเด็น: TIP* (หุ้นประกันจะได้ประโยชน์จากผลตอบแทนการลงทุนที่สูงขึ้นตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ PER เพียง 8 เท่า และให้ปันผลปีละ 6%) / CMO* (ผลการดำเนินงานลุ้นฟื้นตัวจากขาดทุนการแสดงหิมพานต์อวตาร หาก LOTTE Duty free ได้รับอนุมัติให้มีจุดรับของ)