ตลาดหลักทรัพย์เผย "ฟิวเจอร์ฟันด์’เลื่อนเทรด เร่งแก้ไขสัญญาโอนรายได้แล้วเสร็จต้นปีหน้า ยันมาร์เก็ตแคปไอพีโอปีนี้ 2.8แสนล้านตามเป้า
ตลาดหลักทรัพย์เผยกองไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เลื่อนเทรดเป็นต้นปี 2561 จากกำหนดเดิมคือปลายปีนี้ เนื่องยังต้องแก้ไขสัญญาการโอนรายได้สินทรัพย์ ยันมาร์เก็ตแคปไอพีโอปีนี้ 2.8 แสนล้านบาทตามเป้าหมาย ระบุครึ่งปีหลังมีหุ้นใหญ่เตรียมเข้าซื้อขาย
นายสันติ กีระนันท์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ ฟิวเจอร์ฟันด์) TFF นั้น ยอมรับว่าอาจเลื่อนเข้าจดทะเบียนเป็นในไตรมาส 1 ปี 2561 จากเดิมที่กระทรวงการคลังคาดหวังปลายปีนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการแก้ไขสัญญาการโอนรายได้ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ามาร์เก็ตแคปไอพีโอปีนี้ จะอยู่ที่ระดับ 2.8 แสนล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดไว้ หรือคิดเป็นจำนวนบริษัทที่เข้ามาระดมทุนจำนวน 30 บริษัท โดยในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ได้มีบริษัทเข้ามาซื้อขายแล้ว 11 บริษัท มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท และในช่วงครึ่งปีหลัง จะเริ่มเห็นบริษัททยอยเข้าซื้อขายมากขึ้น โดยจะมีบริษัท (IPO) ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) รายละมากกว่า 40,000 ลบ. เขาซื้อขายด้วย อีกทั้ง จะมีบริษัทจากต่างชาติเข้าจดทะเบียน 1 แห่งปีนี้ ซึ่งตลาดหลักทรัพย์คาดหวังว่าจะมีบริษัทต่างชาติเข้าจดทะเบียนเพิ่มขึ้น
เขากล่าวว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่อยู่ในระหว่างการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนกว่า 100 แห่ง โดยแต่ละบริษัทใช้เวลาเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนประมาณ 2 ปี แต่ยอมรับว่าบุคลากรด้านการตรวจสอบบัญชีขาดแคลน
ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ ได้ตั้งบริษัทย่อยบริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือหุ้น 99.99% ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ Startup เข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการระดมทุนและเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายเปลี่ยนมือ โดยเปิดตัว “LIVE” platform ตลาดซื้อขายสำหรับธุรกิจ Startup และ SMEs โดยการสนับสนุนของคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจเริ่มต้นแห่งชาติ (National Startup Committee) ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตการประกอบธุรกิจจากสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้บริการปลายไตรมาส 3 ปีนี้
โดยเบื้องต้นจะคัดเลือก Start up ที่มีศักยภาพ จากจำนวน Start Up ที่เคยมาลงทะเบียนกับ ตลท.ไว้ 700 ราย โดยจะประเมินจากบริษัทที่มีการนำส่งงบการเงินอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องมีกำไรสุทธิ
ส่วนนักลงทุนเน้นเป็นนักลงทุนมืออาชีพ คือกลุ่มนักลงทุนสถาบัน Venture Capital ส่วนนักลงทุนทั่วไปคือนักลงทุนที่มีรายได้ 4 ล้านบาทต่อปี มีสินทรัพย์ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และมีประสบการณ์ในการลงทุนมากกว่า 1 ปี เพื่อสามารถรองรับความเสี่ยงได้






