หลัง “สุชาดา สหัสกุล “ กรรมการผู้จัดการ สำนักพิมพ์ พาส เอ็ดดูเคชั่น รับตำแหน่ง“นายก”สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) คนใหม่ ในวันที่ 1 ก.ค. มีวาระทำงานปี 2560-2562
สุชาดา ได้ประกาศแนวทางขับเคลื่อนสมาคมฯ ในช่วง2ปีนี้ ว่าเป็นไปตามนโยบาย PUBAT4.0 “ปรับ ลด เพิ่ม สู่ทางรอด” ที่ใช้ในการรับสมัครเลือกตั้ง ซึ่งมีทั้งเรื่องเร่งด่วนเฉพาะหน้าและการพัฒนาให้ยั่งยืน ที่ต้องมีทั้งการ“ปรับ”ด้านภาพลักษณ์องค์กรให้ทันสมัย “ลด”ช่องว่างการสื่อสารทั้งภายในและภายนอก และ“เพิ่ม”ศักยภาพการทำงาน ยอดขาย และการผลักดันการทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อเป้าหมายอุตสาหรรมหนังสืออยู่รอด
หากวิเคราะห์ปัญหาเร่งด่วนปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า“หนังสือ”ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคเช่นเดียวกับทุกอุตสาหกรรมต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
การขาดเงินทุนหมุนเวียน ถือเป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นกับหลายสำนักพิมพ์ในขณะนี้ ซึ่งมาจากหลายปัจจัยทั้งภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อถดถอยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนจากยอดจับจ่ายในงานแฟร์หนังสือที่อยู่ในภาวะทรงตัว
แต่เชื่อว่าแฟนพันธุ์แท้หนังสือ ยังเป็นกลุ่มที่เสพและซื้อต่อเนื่อง มีพฤติกรรมทั้งซื้อที่ร้านและงานแฟร์หนังสือ จากการสำรวจของสมาคมฯพบว่าคนกลุ่มนี้ 90% ไม่ซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ ถือเป็นลูกค้าที่สำนักพิมพ์และตลาดหนังสือมีอยู่แล้วในมือ
ดังนั้นโอกาสที่จะเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน จึงมองไปที่การพัฒนาช่องทางขายผ่าน“ออนไลน์” ทั้งเว็บไซต์และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อขยายฐานกลุ่มผู้อ่านรุ่นใหม่ที่เติบโตในยุคดิจิทัลและกลุ่มที่ต้องการความสะดวกสบายในการซื้อสินค้าออนไลน์
การพัฒนาช่องทางดังกล่าวไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก เพียงแต่ต้องมีทักษะด้านคอนเทนท์ มาร์เก็ตติ้ง ที่จูงใจผู้อ่าน เพื่อดึงเข้าสู่ช่องทางขายออนไลน์ของแต่ละสำนักพิมพ์
ตัวอย่าง สำนักพิมพ์พาส เอ็ดดูเคชั่น ซึ่งเป็นหนังสือเด็กเล็กอายุ 0-6ปี มีกลุ่มเป้าหมายเป็นพ่อแม่ ได้พัฒนาช่องทางขายผ่านเว็บไซต์ เริ่มต้นจากยอดขายเดือนละ 3,000 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ 100,000 บาท ถือเป็น“เงินสด”ที่เก็บได้ทุกวันและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน นอกจากการจำหน่ายผ่านร้านหนังสือที่มีกำหนดเวลาจ่ายเงิน 2-3 เดือน มองว่าช่องทางออนไลน์ยังมีโอกาสโตกว่า 100% ต่อเนื่อง
“ประเทศไทยได้ก้าวสู่ยุค 4.0 ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนอุตสาหกรรมให้ก้าวไปข้างหน้า สำนักพิมพ์ก็ต้องปรับตัวใช้ประโยชน์จากช่องทางออนไลน์ เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพการทำงานเช่นกัน”
ที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้เปิดคอร์สอบรมด้านแนวทางการใช้เทคโนโลยีและการตลาด คอนเทนท์ ออนไลน์ ให้กับสำนักพิมพ์ต่างๆ โดยมีผู้เชี่ยวชาญในแวดวงดิจิทัลมาให้ความรู้ ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องหลังจากนี้
ในยุคดิจิทัลนักอ่านส่วนใหญ่ยังนิยมเสพหนังสือเล่มมากกว่า“อีบุ๊ค”ที่มีนักอ่านเฉพาะกลุ่ม จากการสำรวจของสมาคมฯ มีสัดส่วนไม่มากและไม่เพิ่มขึ้นสูง ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับต่างประเทศ เพราะนักอ่านยังชื่นชอบการ “จับ”รูปเล่มของหนังสือที่ต้องใช้ระยะเวลาอ่านพอสมควร มากกว่าอ่านอีบุ๊ค
การปรับตัวของสำนักพิมพ์จึงมุ่งไปที่พัฒนาช่องทางขายออนไลน์ ตอบโจทย์นักอ่านรุ่นใหม่ ที่นิยมซื้อสินค้าผ่านช่องทางดังกล่าว
นอกจากนี้สำนักพิมพ์ ต้องมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ ทั้งการวางเซ็กเมนท์ที่ชัดเจน การออกหนังสือและกำหนดยอดพิมพ์ต่อปกอย่างแม่นยำตรงตามความต้องการนักอ่าน เพื่อลดสต็อกหนังสือซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของสำนักพิมพ์
อย่างไรก็ตามหากพิจารณาสถานการณ์ “ร้านหนังสือ” ซึ่งเป็นช่องทางขายหลักของตลาดหนังสือเล่ม แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ เชนร้านหนังสือ ในกลุ่มนี้เห็นการปรับตัวสู่รูปแบบ “พื้นที่สร้างประสบการณ์”ให้นักอ่านมากขึ้น จะเห็นได้ว่าการขยายสาขาใหม่ของเชนร้านหนังสือ“บีทูเอส” จะใช้พื้นที่ขนาดใหญ่พัฒนาเป็นคอมมูนิตี้ มีการจัดกิจกรรมเพื่อดึงนักอ่านเข้ามาในร้าน พบว่ามีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น จึงยังเป็นโอกาสการทำตลาดของหนังสือเล่ม
ส่วน ร้านหนังสืออิสระ (อินดี้) มีความชัดเจนในการวางจำหน่ายหนังสือหายาก มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ยังเป็นธุรกิจที่ไปต่อได้
ขณะที่ ร้านสแตนด์อะโลน ซึ่งเป็นร้านหนังสือประจำจังหวัด เคยเฟืองฟูในยุคนิตยสารและหนังสือพิมพ์เติบโต ปัจจุบันเป็นยุคที่สื่อสิ่งพิมพ์ถดถอย จึงทำให้ร้านหนังสือสแตนด์อะโลนและแผงหนังสือลดลง อีกปัจจัยมาจากรุ่นลูกไม่ได้รับช่วงต่อทำร้านหนังสือจากพ่อแม่ และต้องเผชิญการแข่งขันจากเชนร้านหนังสือรุกขยายสาขา
สุชาดา กล่าวว่าสำหรับการจัดงานแฟร์หนังสือ ที่ถือเป็นไฮไลต์ของสมาคมฯ งานใหญ่ประจำปีในกรุงเทพฯ คือ งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เดือน เม.ย. และงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ เดือน ต.ค. นอกจากนี้สมาคมฯ ได้พัฒนาจัดงานแสดงหนังสือภูมิภาค ทั้งภาคเหนือ อีสาน และใต้ เพื่อจัดกิจกรรมเข้าถึงนักอ่านทั่วประเทศ
ปีนี้อาจพิจารณาจัดงานแสดงหนังสือเด็ก เพิ่มเติม จากปีก่อนกำหนดให้จัดในเดือน พ.ย. แต่อยู่ในช่วงไว้อาลัย จึงได้ยกเลิกการจัดงาน
สำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมหนังสืออย่างยั่งยืน วางแนวทางการปรับองค์กรให้เป็น “บิซิเนส เซ็นเตอร์” ให้มีภาพลักษณ์ทันสมัย ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลและความรู้ของอุตสาหกรรมหนังสือทั้งในและต่างประเทศ เป็นแหล่งรวมตลาดงานของบุคลากรในแวดวงหนังสือ
พร้อมทั้งทำงานร่วมกับภาครัฐผลักดันแผนแม่บทส่งเสริมการอ่าน ปฏิรูปการเรียนรู้ปฐมวัย เพื่อให้รัฐจัดสรรงบประมาณซื้อหนังสือให้ห้องสมุดสาธารณะทั่วประเทศ เพื่อสร้างสังคมเรียนรู้และพัฒนาเด็กตั้งแต่ปฐมวัย
"การได้รับเลือกให้เป็นนายกสมาคมฯ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมหนังสือให้อยู่รอด ท่ามกลางพายุเทคโนโลยียุคดิจิทัลถาโถม พร้อมทั้งสร้างความยั่งยืน ถือเป็นภารกิจท้าทายวาระการทำงานช่วง 2ปีจากนี้"








