"ทีไพร์ม" ลั่นผลตอบแทน7% บลจ.กสิกร ยืนยันไร้ผลกระทบ “ทรูฟิตเนส” ปิดกิจการ
บลจ. กสิกรไทย ยืนยัน “ทรัสตีกองที ไพร์ม” ไร้ผลกระทบหลังทรูฟิตเนสปิดกิจการ ชี้ผลตอบแทนกองทุนจ่ายเฉลี่ย 6-7% ย้ำพบสัญญาณเสี่ยงธุรกิจมาก่อนหน้านี้แล้วพร้อมแจ้งเตือนเจ้าของรับมือ ปัจจุบันทำดีลรายใหม่เสียบแทน เผยราคาเช่าจ่ายงามกว่าเดิม
นายวิทวัส อัจฉริยวนิช รองกรรมการผู้จัดการ บลจ. กสิกรไทย (Kasset) เปิดเผยว่า ในฐานะทรัสตี กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยแลนด์ ไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ หรือ TPRIME REIT ยืนยันว่า กองที ไพร์ม ยังสามารถเดินหน้าสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่องตามเป้าหมายที่มองไว้ และไม่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาทรูฟิตเนสได้ปิดกิจการลงถาวร จนทำให้นักลงทุนต่างกังวลใจว่ารายได้จากค่าเช่าพื้นในตึกเอ็กซ์เชนจ์ทาวเวอร์จะลดลงอาจส่งผลถึงกองทุน
ทั้งนี้ ผลตอบแทนกองทุนที ไพร์ม เฉลี่ยอยู่ประมาณ 6-7% ที่สำคัญเป็นทรัพย์สินที่มีคุณภาพดีอยู่สี่แยกอโศกติดรถไฟฟ้า ทำให้รายได้ค่าเช่าดีกว่าที่อื่น
สำหรับปัญหาของผู้เช่ารายเดิมที่เลิกกิจการไปนั้น ไม่ใช่ประเด็นใหม่ เพราะก่อนจัดตั้งกองที ไพร์ม บริษัท ในฐานะทรัสตีได้แจ้งเจ้าของกองทุนไปแล้วว่า ผู้เช่ารายนี้น่าจะมีปัญหาได้ในอนาคต จากภาพรวมธุรกิจเดียวกันกับผู้เช่ารายเดิมประสบปัญหา ทำให้เจ้าของกองทุนได้วางแผนรับมือในการหาผู้เช่ารายอื่นไว้ทดแทน หากผู้เช่ารายเดิมประสบปัญหาตามที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่า กองทุนจะไม่ประสบปัญหาดังกล่าวอีก
“ประเด็นดังกล่าวไม่มีผลต่อกองทุนแน่นอน เพราะตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจาสำหรับผู้เช่ารายใหม่ที่จะมาทดแทน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปโดยเร็ว ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่าเป็นธุรกิจอะไร ส่วนผู้เช่ารายใหม่ที่เข้ามานั้นให้ค่าเช่าที่ดีกว่าผู้เช่ารายเดิม และตอนนี้เรายังรออีกหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของค่าเช่า ค้างจ่ายของผู้เช่ารายเดิม ที่ยังค้างอยู่อีกหนึ่งเดือนซึ่งไม่ได้เยอะอะไร และยังมีเรื่องระยะเวลาที่ลงตัวที่ผู้เช่ารายใหม่จะเข้ามาได้ว่าวันไหน”
ขณะที่แผนการเป็นทรัสตีให้กองทุนอื่นในปีนี้ นายวิทวัส กล่าวด้วยว่า บริษัทยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ปัจจุบันมีอยู่ในแล้ว 2 รายด้วยกันมูลค่ารวมกันกว่า 10,000 ล้านบาท คาดว่าน่าจะเสนอขายในตลาดได้ภายในปลายปีนี้หรือไม่ก็ช่วงต้นปี 2561
อนึ่งกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าไทยแลนด์ ไพร์ม พร็อพเพอร์ตี้ หรือ TPRIME REIT มูลค่ากองทุนประมาณ 7,525 ล้านบาท ทรัพย์ประกอบด้วยโครงการเอ็กซ์เชนจ์ทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 4 ไร่ 1 งาน 61 ตารางวา แบ่งเป็นอาคารและสิ่งปลูกสร้างคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 80,944.42 ตารางเมตรและพื้นที่ให้เช่าประมาณ 42,887.82 ตารางเมตร และโครงการเมอร์คิวรี่ ทาวเวอร์ ตั้งอยู่บนที่ดินขนาดประมาณ 3 ไร่ แบ่งเป็นอาคารและสิ่งปลูกสร้างคิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 52,882.00 ตารางเมตร และพื้นที่ให้เช่าประมาณ 24,765.43 ตารางเมตร
โดยในส่วนของโครงการเอ็กซ์เชนจ์ทาวเวอร์ มีอัตราการเช่าพื้นที่ประมาณ 98-99% ของทั้งพื้นที่สำนักงานและร้านค้า ขณะที่โครงการเมอร์คิวรี่ ทาวเวอร์ มีอัตราการเช่าพื้นที่ประมาณ 95-96% ของทั้งพื้นที่สำนักงานและร้านค้า









