วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โซลาร์สหกรณ์' หนุนมูลค่าหุ้นพลังงานทดแทน

โบรกชี้ "โซลาร์สหกรณ์" หนุนมูลค่าหุ้น "พลังงานทดแทน"

กรุงเทพธุรกิจได้สำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ กรณีการจับสลากโซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ในวันที่ 26 มิ.ย.2560 ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยหนุนมูลค่าเพิ่มให้กับหุ้นที่ได้รับโครงการดังกล่าว ทั้งนี้โบรกเกอร์คาดว่าหุ้นโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยมีโอกาส รวมทั้งมีการประเมินมูลค่าหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อได้งานดังกล่าวด้วย

บล.เอเซียพลัส ระบุว่าหุ้นกลุ่มพลังงานทดแทนน่าจะคึกคักกันไม่น้อย เนื่องจากคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ.จับสลากหาผู้ชนะประมูลโครงการโซลาร์ฟาร์มหน่วยงานรัฐและสหกรณ์ภาคการเกษตร โดยจะทราบผลทางการวันที่ 28 มิ.ย.2560และจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ไม่เกินวันที่ 30 มิ.ย.2561

  ทั้งนี้เบื้องต้น มีผู้เข้ารอบมา 613 ราย กำลังการผลิตรวม 3.0 พันเมกะวัตต์ สูงกว่าที่เปิดประมูลที่ 119 เมกะวัตต์ จึงต้องจับสลากคัดออกบางส่วน

ขณะที่ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า บริษัทที่เข้ารอบ และมีโอกาสชนะประมูลสูง คือบริษัทบีซีพีจี จำกัด (มหาชน) BCPG 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 15 เมกะวัตต์, บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) GUNKUL 30 โครงการ กำลังผลิตรวม 148 เมกะวัตต์, บริษัท เพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) PSTC 3 โครงการ กำลังผลิตรวม 15 เมกะวัตต์ และ บริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) SUPER กำลังผลิตรวม 119 เมกะวัตต์

“ฝ่ายวิจัยให้น้ำหนักไปที่ BCPG, GUNKUL และ PSTC เพราะมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด จากการประเมินพบว่า ทุกๆ 5 เมกะวัตต์ จะเพิ่มมูลค่าพื้นฐานให้ทั้ง 3 บริษัทราว 0.11, 0.05 และ 0.04 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ”

ด้านบล.โนมูระพัฒนสิน จำกัด ระบุว่า การจับสลาก Solar Farm สหกรณ์เฟส 2 จำนวน ทั้งสิ้น 219 เมกะวัตต์คาดจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนเป็นบวกต่อกลุ่มพลังงานทางเลือกได้ อีกทั้งการเข้าสู่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาส 2 ซึ่งจากข้อมูลเชิงสถิติย้อนหลังพบว่ามีโอกาสค่อนข้างสูงราว 70% ที่ดัชนีหุ้นไทยจะบวกเฉลี่ย 2% ทำให้ภาพการทำราคาปิดช่วงสิ้นไตรมาส( Window Dressing) จะเป็นจิตวิทยาบวกต่อดัชนีหุ้นไทย มีแนวโน้มแกว่งขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1,600จุด

ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า ระยะสั้นกลุ่มพลังงานทางเลือกน่าสนใจหลังการประมูลโรงไฟฟ้าสหกรณ์ จับสลาก26 มิ.ย.2560 ขณะที่ PSTC ผ่านคุณสมบัติ 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 15เมกะวัตต์โดยทุกๆ 5 เมกะวัตต์ (1 โครงการ) ที่ชนะการจับสลาก จะเพิ่มมูลค่าพื้นฐาน 0.042 บาทต่อหุ้นหรือเพิ่มราคาเป้าหมายราว 4% รวมทั้งหุ้นGUNKULผ่านคุณสมบัติทั้งหมด 150 เมกะวัตต์แบ่งออกเป็นโครงการสหกรณ์ผ่านคุณสมบัติ 30 โครงการ กำลังการผลิตรวม 142 เมกะวัตต์ และหน่วยงานราชการ 2 โครงการสำหรับหน่วยงานราชการ รวม 8 เมกะวัตต์ คาดจากปริมาณโครงการที่ผ่านคุณสมบัติกว่า 30 โครงการ คาดว่ามีแนวโน้มชนะการประมูลจากการจับสลากสูง โดยทุกๆ 5 เมกะวัตต์(1 โครงการ) ที่ชนะการประมูลจะเพิ่มมูลค่าพื้นฐาน เพิ่มขึ้น0.021 บาทต่อหุ้นหรือเพิ่มราคาเป้าหมายราว 0.4%

จากข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพบว่า ราคาหุ้นพลังงานทดแทนตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันที่คาดว่าจะได้อานิสงส์ในครั้งนี้ส่วนใหญ่ ปรับลดลง มีเพียงหุ้นBCPGที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 7.14%จากราคา 14 บาทเป็น 15 บาท