วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

“คิง”หันรุกนอนออยล์หนีน้ำมันรำข้าวแข่งดุ

กลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง ปรับตัวรับตลาดแข่งเดือด ทั้งหั่นราคา แบรนด์นอกเจาะตลาด เบนเข็มลุยธุรกิจ “นอนออยล์” กลุ่มอาหาร เครื่องสำอาง สานเป้าดันรายได้ 8.5 พันล้าน ปี 64

นายประวิทย์ สันติวัฒนา กรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันบริโภคไทย จำกัด ผู้ผลิตและทำตลาดกลุ่มน้ำมันรำข้าวคิง เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดน้ำมันรำข้าวมีการแข่งขันสูง หลังจากมีคู่แข่งที่จากต่างประเทศนำสินค้าเข้ามาบุกตลาดไทยมากขึ้น 2-3 แบรนด์ เช่น แบรนด์จากอินเดีย ขณะที่แบรนด์ในประเทศตั้งราคาสินค้าต่ำกว่าประมาณ 5% เพื่อแข่งขันในตลาดเป็นระยะ ทำให้บริษัทต้องปรับตัวหาตลาดใหม่ ในการผลิตสินค้าป้อนผู้บริโภคสร้างการเติบโตของธุรกิจให้มากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่ใช้น้ำมัน หรือ นอนออยล์ โดยทุ่มงบประมาณ 90 ล้านบาท เพื่อวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ในกลุ่มนอนออยล์มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ บริษัทได้นำเสนอสินค้าชอร์ตเทนนิ่ง (เนยขาว)แบรนด์คิง ที่ผลิตจากน้ำมันรำข้าวรายแรกของโลกมาทำตลาด และยังมีสินค้าอื่นๆเพิ่มเติม เช่น ครีมเทียมน้ำมันรำข้าว, แป้งรำข้าว ที่เตรียมส่งเข้าทำตลาดในอนาคต 

ขณะเดียวกันยังสนใจสินค้ากลุ่มเครื่องสำอาง ขนมขบเคี้ยว (สแน็ค) และยังวางแผนป้อนวัตถุดิบนอนออยล์ให้กับคู่ค้าที่ผลิตสินค้าต่างๆ เช่น Rice butter เพื่อเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางฯ เป็นต้น จากปัจจุบันตลาดจะใช้ Shea Butter เป็นส่วนผสม ซึ่งการรุกตลาดดังกล่าวจะดำเนินการลักษณะพันธมิตรด้านวัตถุดิบ (Strategic ingredient) 

ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายผลักดันยอดขายในภาพรวมให้ได้ 8,500 ล้านบาท ภายในปี 2564 สูงกว่าปีนี้ที่คาดว่าจะปิดยอดขายที่ 6,500 ล้านบาท เติบโต 8% จากปี 2559 

“การรุกนอนออยล์ เป็นการเปิดเวทีใหม่อีกเวทีหนึ่ง มองหาบลูโอเชียน สร้างโอกาสในการเป็นผู้นำตลาดได้ง่ายขึ้น เดิมเราทำตลาดน้ำมันรำข้าวเป็นหลัก แต่จากนี้ไปจะไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ และอาจต้องแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่นอนออยล์ หากคู่แข่งจะทำ ต้องใช้เวลาที่จะตามเรา นอกจากนี้นอนออยล์ยังให้ผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงกว่าน้ำมัน”

สำหรับภาพรวมตลาดน้ำมันพืชมีมูลค่าประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น น้ำมันปาล์ม 64% น้ำมันถั่วเหลือง 25% น้ำมันรำข้าว 7% ที่เหลือ 4% คือน้ำมันอื่นๆ เช่น น้ำมันทานตะวัน น้ำมันคาโนลา ฯ โดยภาพรวมตลาดเติบโตในระดับทรงตัวต่อเนื่องจากปีก่อน เนื่องจากผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย เห็นได้จาก 6 เดือนแรก (ม.ค.-มิ.ย.) ปีนี้ ยอดขายของบริษัทเติบโต 8-9 %