วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ท่องเที่ยวจับตาบาทแข็งหวั่นกระทบใช้จ่าย

กระทรวงท่องเที่ยวเผยยอด 5 เดือนแรก ไทยโกยรายได้ท่องเที่ยว 1 ล้านล้านบาท จีนยังนำโด่งโกยรายได้ 2 แสนล้านบาทแม้ตลาดยังติดลบ แนะจับตาเงินบาทแข็งค่ากระทบการใช้จ่ายท่องเที่ยว

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวของไทย 5 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนม.ค. - พ.ค.มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามากว่า 14.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นรายได้รวม 7.47 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 5.07% ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การส่งเสริมท่องเที่ยวที่เน้นการเติบโตเชิงรายได้ที่สูงกว่าปริมาณ

นอกจากนั้น เมื่อรวมกับรายได้จากตลาดในประเทศ ในช่วง 4 เดือนแรกที่จัดเก็บได้ มีเม็ดเงินกว่า 3.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.78% จากนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 45.14 ล้านคน/ครั้ง เติบโต 5.47% ทำให้รวมแล้วไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 1.05 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นราว 5.27%

สำหรับตลาดต่างชาติในช่วง 5 เดือนแรก ตลาดจีน ยังทำรายได้อันดับ 1 ด้วยยอดรวม 2.01 แสนล้านบาท แม้ว่าจะยังลดลงราว 3.64% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งยังไม่มีผลกระทบจากการจัดระเบียบทัวร์ผิดกฎหมาย ขณะที่ปริมาณนักท่องเที่ยวจีนสะสมอยู่ที่ 3.94 ล้านคน ลดลงราว 5.61% ขณะที่ตลาดอาเซียน ทำรายได้รวมกว่า 1.06 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 6.14% โดยมีปริมาณนักท่องเที่ยวรวมกว่า 3.63 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.13% ในกลุ่มนี้มีตลาดมาเลเซีย สร้างรายได้ให้ไทยสูงสุด 3.86 หมื่นล้านบาท แต่ลดลงราว 1.94% เทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในมาเลเซียที่ซบเซาลง

ส่วนตลาดแนวโน้มสดใส ได้แก่ รัสเซีย มีการเติบโตด้านรายได้สูงถึง 26.57% เป็น 5.22 หมื่นล้านบาท โดยเงินสกุลรูเบิลรัสเซียเทียบกับเงินบาท แข็งค่าขึ้นราว 20% ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้รายได้เติบโตเพราะนักท่องเที่ยวมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น อีกทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียก็ขยายตัว 31% และหากเงินรูเบิลแข็งค่าขึ้นอีกในครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวไทยต่อเนื่องอีก ต่างจากสถานการณ์เงินบาทไทยเมื่อเทียบกับสกุลอื่นๆ ที่ยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เช่น ค่าเงินบาทต่อ เงินปอนด์ (แข็งค่า 14%) เงินริงกิต (แข็งค่า 8%) ยูโร (แข็งค่า 5%) และดอลลาร์สหรัฐ (แข็งค่า 2%)

ทั้งนี้ หากค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อระดับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว รวมถึงการตัดสินใจเดินทางมาประเทศไทย เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวระยะไกลของนักท่องเที่ยวยุโรป และไทยยังเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากตุรกีและอียิปต์อีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยภายนอกด้านเศรษฐกิจของต่างประเทศ เช่น การเตรียมออกจากสมาชิกสหภาพยุโรป (Brexit) ของสหราชอาณาจักร, ภาวะเศรษฐกิจในมาเลเซีย ความไม่มั่นใจต่อการเมืองในสหรัฐ เป็นต้น

ขณะที่สถิติเฉพาะเดือน พ.ค.ชาวต่างชาติมาไทยมีจำนวน 2.59 ล้านคน มีภูมิภาคเอเชียตะวันออกครองส่วนแบ่งสูงสุด 1.88 ล้านคน รองลงมา ได้แก่ ยุโรป, เอเชียใต้, อเมริกา, โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ตามลำดับ ส่วนรายได้ท่องเที่ยวเดือน พ.ค.อยู่ที่ 1.25 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.91% มีตลาดที่ทำรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่ จีน, มาเลเซีย, อินเดีย, รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, เกาหลี, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ ตามลำดับ

ส่วนตลาดในประเทศ เดือน เม.ย.มีจำนวน 13.39 ล้านคน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 3.22 จากเดือนเดียวกันของปีก่อน และสร้างรายได้ 7.87 หมื่นล้านบาท

ขณะที่การตัดความสัมพันธ์ทางการทูตของกลุ่มชาติอาหรับต่อกาตาร์นั้น เนื่องจากตลาดกาตาร์มีสัดส่วนเพียง 4.4% ของตลาดตะวันออกกลางทั้งหมดของไทย จึงไม่ได้รับผลกระทบทางตรง สายการบินกาตาร์แอร์เวย์ยังบินสู่ไทยตามปกติ แต่นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปของสายการบินนี้ อาจใช้ระยะเวลาการบินเพิ่มขึ้น