วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คนไทยติด ‘กับดักอายุ’

คนไทยติด "กับดักอายุ" ขาดทักษะเตรียมพร้อมเกษียณ

บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพจากสหรัฐที่มีพันธกิจในการช่วยพัฒนาสุขภาพ ชีวิต และความเป็นอยู่ของลูกค้าให้ดีขึ้น ได้เผยผลสำรวจ “คะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่า” ซึ่งเป็นดัชนีรายปีที่ทำขึ้นเพื่อศึกษาการรับรู้และทัศนคติของประชากรที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชีย-แปซิฟิก สหราชอาณาจักร สเปน รวมถึงประเทศไทย รวม 13 ประเทศ เกี่ยวกับ ‘สุขภาพและความเป็นอยู่’ ของตนเอง ในห้าด้านหลัก ได้แก่ สุขภาพและความเป็นอยู่ด้านร่างกาย ด้านสังคม ด้านครอบครัว ด้านการเงิน และด้านการงาน

นายจูเลียน เมงกัล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้จัดการ ซิกน่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ผลสำรวจล่าสุดที่ทำการสำรวจคนไทยในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา พบว่า คนไทยส่วนใหญ่รู้สึกไม่มีความมั่นคงทางด้านการเงิน อีกทั้งคนไทยกำลังติด “กับดักอายุ (Age Trap)” โดยไม่รู้ตัว เพราะคนไทยไม่ได้รู้สึกว่าตนเองแก่และยังอยากทำงานหรือทำกิจกรรมอื่นๆ เพื่อให้รู้สึกกระฉับกระเฉงอยู่เสมอ แต่ลืมที่จะเตรียมความพร้อมเพื่อการเกษียณอย่างมีคุณภาพโดยเฉพาะด้านการเงิน

นอกจากนั้นผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่า ยังเผยให้เห็นว่าสวัสดิการด้านสุขภาพกลายเป็นสิ่งสำคัญในการเลือกที่ทำงานของคนไทยสมัยนี้อีกด้วย

ผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่าในปีนี้ทำให้ทราบว่าคนไทยยังคงมีความกังวลเรื่องความมั่นคงด้านการเงินของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้ทำงาน รวมถึงกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันซึ่งอาจส่งผลถึงการเงินและการงานด้วย

“เรายังพบข้อมูลที่น่าสนใจอีกว่าคนไทยกำลังติดกับดักอายุโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีการเตรียมความพร้อมเพื่อการเกษียณ โดยเฉพาะความพร้อมทางด้านการเงิน ซิกน่าจึงได้มุ่งมั่นทำงานอย่างหนักเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยได้อย่างแท้จริง รวมไปถึงเติมเต็มความต้องการทางด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลให้กับลูกค้ากลุ่มซีเนียร์ รวมถึงลูกค้ากลุ่มอื่นๆ ด้วย” นายจูเลียนกล่าวเสริม

นายจูเลียน กล่าวด้วยว่า แม้คะแนนผลสำรวจสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนไทยในภาพรวมนั้นจะดีขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว แต่คนไทยกลับยังคงรู้สึกว่าไม่มีความมั่นคงทางการเงินมากที่สุด โดยตัวเลขความพึงพอใจด้านนี้ได้คะแนนรั้งท้ายมาเป็นระยะเวลาสองปีติดต่อกัน ซึ่งความรู้สึกไม่มั่นคงทางการเงินดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ด้านครอบครัวด้วย

ซึ่งในภาพรวมแล้ว ผลสำรวจเผยให้เห็นว่าคนไทยรู้สึกไม่มั่นคงทางการเงินโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่ได้ทำงาน เพราะมีคนไทยเพียงแค่ 1 ใน 4 เท่านั้น ที่รู้สึกว่าตนเองมีความพร้อมทางด้านการเงินหากหยุดทำงาน ทั้งนี้คนในช่วงอายุ 30 - 39 ปีมีความพึงพอใจด้านการเงินต่ำที่สุดในกลุ่มตัวอย่าง เพราะมีเพียง 16% เท่านั้นที่พอใจกับสถานะการเงินของตนเอง นอกเหนือไปจากนั้นยังมีเพียงแค่ 25% ที่รู้สึกว่าตัวเองมีเงินพร้อมสำหรับการเกษียณ

ผลสำรวจยังได้เผยอีกว่าสถานะทางการเงินมีผลกระทบกับสุขภาพและความเป็นอยู่ด้านครอบครัว โดยคนไทยเกือบครึ่งหนึ่งมองว่าตนเองยังไม่ค่อยพึงพอใจมากนักในเรื่องการดูแลด้านการเงินให้กับบุตร และยังรู้สึกว่าตัวเองใช้เวลากับคนในครอบครัวไม่เพียงพอ นอกจากนั้นมีคนไทยเพียงแค่ 38% เท่านั้นที่รู้สึกพึงพอใจกับการดูแลด้านการเงินให้กับพ่อแม่ของตัวเอง

ผลสำรวจยังได้เผยให้เห็นว่าคนไทยกำลังติด ‘กับดักอายุ’ โดยในความรู้สึกของคนไทยรู้สึกว่า “คนแก่” คือผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ในขณะที่ผลสำรวจของกลุ่มประเทศอื่นๆ ในบรรดา 13 ประเทศที่ทำการสำรวจพบว่า ผู้ที่จะเป็นคนแก่ คือผู้ที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 74 ปี เรียกได้ว่าสังคมไทยขนานนามเรียก “คนแก่” เร็วกว่าประเทศอื่นๆ

อย่างไรก็ตามแม้คนไทยจะมีทัศนคติดังกล่าว แต่กลุ่มคนที่อายุ 60 ปีกลับไม่รู้สึกว่าตัวเองแก่ และยังคงต้องการที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย โดยอยากที่จะทำงานหลังจากเกษียณอย่างมีความสุขเพื่อให้ร่างกายและจิตใจกระฉับกระเฉงอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะต้องการค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว เห็นได้จากผลสำรวจที่ 1 ใน 5 ของคนไทยต้องการที่จะทำงานเพื่อสังคมในยามเกษียณและความต้องการดังกล่าวยิ่งชัดเจนมากขึ้นในกลุ่มที่มีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ในขณะที่คนไทยส่วนมากคิดว่าคนที่อายุ 60 ปีคือคนที่แก่แล้ว แต่กลับมีน้อยคนนักที่จะมีการเตรียมความพร้อมกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่อาจจะตามมาเมื่อตัวเองแก่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โดยผลสำรวจเผยว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าตนเองยังไม่มีเงินเพียงพอสำหรับใช้ในยามเกษียณ ดังนั้นการติดกับดักอายุที่คิดว่าตนเองยังไม่แก่และเตรียมความพร้อมในวันที่สายเกินไปอาจกลายเป็นปัญหาด้านการเงินอย่างหนึ่งของคนไทย

ผลสำรวจได้แสดงให้เห็นว่าคนไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพของตนเองมากขึ้น โดยเมื่อถูกถามถึงเรื่องสวัสดิการด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน พบว่าสวัสดิการด้านสุขภาพนั้นยังมีช่องว่างอยู่มากเมื่อเปรียบกับสิ่งที่คิดว่าสมควรได้รับจากผู้จ้างงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ ค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และการตรวจสุขภาพประจำปี 

มีคนไทยที่ตอบแบบสอบถามประมาณ 11% ที่ไม่ได้เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีภายในช่วงเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา และมีเพียงแค่ 32%ที่ไปพบแพทย์เมื่อมีอาการป่วย โดยคนส่วนมากเลือกที่จะซื้อยาจากร้านขายยาและรักษาอาการป่วยด้วยตนเองด้วยการนอนหลับพักผ่อนและดื่มน้ำให้มากขึ้นแทนการไปพบแพทย์