วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

หวั่นเบี้ยวบีอีลาม 'หุ้นเล็ก'

หวั่น "เบี้ยวบีอี" ลามหุ้นเล็ก "เอิรธ์" ดิ่งฟลอร์หลังผิดนัดตั๋วเงิน40ล้านบาท บลจ.วรรณฐานะเจ้าหนี้เผยกำลังตรวจสอบ ยันลงทุนส่วนน้อย

โบรกเกอร์ห่วงผิดนำชำระหนี้ตั๋วเงินระยะสั้นกลับมากดดันแผนระดมทุนหุ้นเล็กอาจต้องเพิ่มทุน ขณะที่หุ้นเอิรธ์วูบหลังผิดนัดบีอี40ล้านบาท ทริสหั่นเรทติ้งจากBBB-เหลือ D ด้านบลจ.วรรณฐานะเจ้าหนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบย้ำลงทุนส่วนน้อย

บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) EARTH แจ้งการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน(B/E)วงเงิน40 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระวันที่6 มิ.ย.2560 เนื่องจากบริษัทขาดสภาพคล่องและอยู่ระหว่างทบทวนวงเงินกับสถาบันการเงิน ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันการเงิน เพื่อทบทวนและกลับมาใช้วงเงินตามปกติ ซึ่งได้วางแผนชำระหนี้ตามตั๋ว บีอี

ทั้งนี้ บริษัทยังมีตั๋วบีอีวงเงิน 50 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดในวันที่ 8 มิ.ย.60 ซึ่งยังไม่สามารถชำระคืนได้เช่นกัน สำหรับแนวทางการแก้ปัญหาอยู่ระหว่างเจรจากับสถาบันการเงิน คาดจะได้ข้อสรุปเดือน ส.ค.นี้ ช่วงเวลาที่บริษัทผิดนัดชำระหนี้ บริษัทยังมีภาระต้องชำระดอกเบี้ยผิดนัดจากตั๋วบีอีฉบับนี้ 7.5% และการผิดนัดชำระหนี้ครั้งนี้ ยังไม่มีผลให้เจ้าหนี้รายอื่น เรียกชำระหนี้ในทันที

บริษัท ทริสเรทติ้ง ระบุว่าได้ปรับลดอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท เอ็นเนอร์ยี เอิร์ธเป็นDจาก BBB-แนวโน้ม Stable หรือคงที่ เนื่องจากบริษัทไม่สามารถชำระหนี้หรือต่ออายุตั๋วแลกเงินมูลค่า 40 ล้านบาท ที่ครบกำหนดชำระวันที่6มิ.ย.2560ได้ ทั้งนี้ทริสจะประเมินอันดับเครดิตองค์กรอีกครั้ง เมื่อจ่ายคืนหนี้เงินกู้ที่ค้างชำระอยู่ได้ครบโดยวันที 7 มิ.ย.2560 มีภาระหนี้ตั๋วแลกเงินและหุ้นกู้ที่จดทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย 7,508 ล้านบาท

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน(ประเทศไทย) รายงานว่า การที่เอิร์ธผิดนัดชำระหนี้บีอี อาจทำให้ความกังวลเรื่องบีอีและการต่ออายุตั๋วเงินของบริษัทขนาดกลางและเล็กหลายแห่งที่มีการระดมทุนด้วยตั๋วเงินอาจชะงักงัน ทั้งนี้หากหลายบริษัทไม่สามารถหมุนเงินทุน เพื่อต่ออายุตั๋วเงินหรือคืนหนี้ระยะสั้นได้ทัน อาจทำให้ต้องพิจารณาหาแหล่งเงินทุนจากวิธีการอื่น ซึ่งอาจรวมถึงการเพิ่มทุน ดังนั้นให้ระวังว่ากรณีของเอิร์ธอาจทำให้ความผันผวนของตลาด โดยเฉพาะในหุ้นขนาดกลาง-เล็กเพิ่มขึ้นได้

นายพจน์ หะริณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด เปิดเผยว่า เบื้องต้นบริษัทอยู่ระหว่างการติดตามแผนชำระหนี้ตั๋วบีอีของเอิร์ธก่อน ซึ่งบริษัทเป็นเจ้าหนี้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งไม่มาก และกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล จากวงเงินการออกตั๋วบีอีรวมทั้งสิ้น1,800 ล้านบาท และออกหุ้นกู้อีก 5,500ล้านบาท ซึ่งมีเวลา โดยคงต้องติดตามการชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้รอบวันที่17 มิ.ย.นี้ ถ้าไม่สามารถชำระหนี้ได้จะต้องเข้าสู่กระบวนการเป็นหนี้เสียของสถาบันการเงินด้วย

บริษัทประเมินธุรกิจของเอิร์ธยังมีศักยภาพที่ดี และมีกำไร แต่การที่ผิดชำระรอบนี้ น่าจะมาจากปัญหาภายในทำให้ขาดสภาพคล่องระยะสั้น ดังนั้นคงต้องติดตามการแนวทางการแก้ไขปัญหาก่อน

แหล่งข่าวสถาบัน กล่าวว่ามีการตั้งประเด็นคำถามกรณีเจ้าของซื้อขายหุ้นบัญชีมาร์จิ้นโลนจะเกี่ยวข้องกับการขาดสภาพคล่องครั้งนี้หรือไม่ แต่เท่าที่ประเมินไม่น่าจะใช้เพราะวงเงินผิดนัด40ล้านบาทถือว่าน้อยมาก

วานนี้(8มิ.ย.)ราคาหุ้นเอิร์ธปิดตลาด1.45บาท ลดลง 29.61%ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด มูลค่าการซื้อขายสูงสุด 3.5 พันล้านบาท 

กลต.จี้ชี้แจงเหตุผิดนัดชำระใน7วัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ให้บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) EARTH ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีการผิดนัดชำระหนี้ตราสารหนี้ จากกรณีที่บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) (EARTH) ได้แจ้งข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการผิดนัดชำระหนี้ตั๋วบีอีในช่วงค่ำของวันที่ 7 มิ.ย. 2560 นั้น

เนื่องจากการให้ข้อมูลดังกล่าวยังมิได้มีรายละเอียดที่เพียงพอเกี่ยวกับสาเหตุการผิดนัดชำระหนี้และผลกระทบต่อมูลหนี้อื่น รวมทั้งฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์และการตัดสินใจลงทุน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในราคาหลักทรัพย์ของบริษัท

ก.ล.ต. จึงสั่งให้ EARTH ชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมถึงสาเหตุการผิดนัดชำระหนี้ ผลกระทบที่เกี่ยวข้องและแผนการแก้ไขปัญหา รวมทั้งเหตุผลที่บริษัทมิได้เตรียมการล่วงหน้าเพื่อมิให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าว

โดยให้คณะกรรมการ EARTH ชี้แจงต่อ ก.ล.ต. และเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 7 วัน

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า การดูแลเรื่องการชำระหนี้ให้ได้ตามกำหนดถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้เคยขอความร่วมมือให้บริษัทจดทะเบียนที่มีการออกตราสารหนี้ระยะสั้นดูแลให้มีแหล่งเงินทุนสำรองไว้ในกรณีที่อาจประสบปัญหาสภาพคล่อง ในกรณีนี้จึงต้องการให้บริษัทชี้แจงข้อมูลต่อผู้ลงทุนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัทจดทะเบียนในภาพรวม