"ธปท."ชี้ยอดติดตั้งเครื่อง‘อีดีซี "ต่ำเป้า" เผยสิ้นเม.ย.ติดตั้งเพียง 6.5 หมื่นเครื่อง เร่งหารือผู้เกี่ยวข้อง
“แบงก์ชาติ” ยอมรับ ยอดติดตั้งเครื่อง “อีดีซี” ต่ำเป้า เผย ณ สิ้นเดือนเม.ย. ติดตั้งได้เพียง 6.5 หมื่นเครื่อง จากเป้าหมาย 5.6 แสนเครื่อง เร่งหารือ 2 กลุ่มธนาคารปรับแผนใหม่ มุ่งสื่อสารทำความเข้าใจร้านค้า พร้อมอาจเปิดโอกาสถึงร้านค้าที่ไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อของรัฐเข้าร่วมโครงการได้
นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับธนาคารทั้ง 2 กลุ่ม ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เครื่องอีดีซี (EDC) คือกลุ่มแทป (TAP) และกลุ่มคอนโซเตียม (Consortium) ให้ปรับแผนการติดตั้งเครื่องอีดีซี หลังจากที่ผ่านมาปริมาณการติดตั้งยังทำได้ไม่มากนัก
โดย ณ สิ้นเดือนเม.ย.ติดตั้งไปเพียง 6.5 หมื่นเครื่อง จากเป้าหมายตามโครงการติดตั้งเครื่องอีดีซีกำหนดไว้ว่าภายในเดือนเม.ย.นี้จะต้องติดตั้งให้ได้ 25% ของเป้าหมาย 5.6 แสนเครื่อง (ประมาณ 1.4 แสนเครื่อง) จากนั้นต้องติดตั้งให้ได้ 50% ภายในเดือน ก.ค. 2560 ติดตั้งให้ได้ 75% ของกลุ่มเป้าหมายภายในเดือน พ.ย. 2560 และติดตั้งให้ได้ 100% ภายในเดือนมี.ค. 2561
“ยอดการติดตั้งเครื่องอีดีซียังทำได้ไม่มากนัก ส่วนหนึ่งเพราะร้านค้ายังได้รับข่าวสารไม่ทั่วถึง ซึ่งก็ได้พูดคุยกับทั้ง 2 กลุ่มแล้ว เค้าก็จะมีการปรับแผนการติดตั้งใหม่ ทั้งการสื่อสาร การติดตามข้อมูลต่างๆ ขณะนี้ก็เริ่มปรับแผนใหม่แล้ว ต้องติดตามตัวเลขการติดตั้งใน 2-3 เดือนนี้ ขณะที่ภาครัฐก็จะช่วยสื่อสารกับร้านค้า เช่นเข้าไปร่วมให้ข้อมูลเมื่อมีการประชุมสภาหอการค้า เป็นต้น”
อย่างไรก็ตาม คงจะไม่มีการปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการใช้บัตรลงอีก เพราะอัตราค่าธรรมเนียมในโครงการนี้ที่อยู่ระดับ 0.55% ถือว่าถูกที่สุดแล้ว จากปกติที่ค่าธรรมเนียมจะอยู่ที่ 0.15-2.5% นอกจากนี้ในการติดตั้งจริงๆ แต่ละธนาคารก็คิดกับร้านค้าไม่ถึง 0.55% อยู่แล้ว
เธอกล่าวต่อว่า ในการติดตั้งเครื่องอีดีซีนี้ ธนาคารจะต้องติดตั้งตามรายชื่อร้านค้าที่ภาครัฐให้ไป แต่ก็ธนาคารก็แจ้งว่ามีร้านค้าที่อยู่นอกรายชื่อดังกล่าวสนใจติดตั้งเครื่องอีดีซีด้วย ซึ่งก็ได้ให้ทั้ง 2 กลุ่มไปรวบรวมรายชื่อร้านค้าที่สนใจมาเสนอ ซึ่งก็อาจจะเปิดให้ธนาคารนับร้านค้าเหล่านี้รวมในจำนวนเป้าหมายการติดตั้งได้
“แม้ยอดการติดตั้งจะยังน้อย แต่ก็ไม่ได้ปรับลดเป้าหมายการติดตั้งลง เพราะการจะส่งเสริมให้ประชาชนใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต จะต้องให้มีเครื่องรูดบัตรมากขึ้น จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 2 แสนเครื่อง ก็ยังอยากที่จะเพิ่มเป็น 5.6 แสนเครื่องอยู่ ทั้งนี้เชื่อว่าหลังจากที่มีการแจกรางวัลทุกเดือน ซึ่งจะเริ่มแจกในสิ้นเดือนมิ.ย.นี้ โดยรางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาทนั้น เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรได้”
สำหรับธนาคารที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นติดตั้งเครื่องอีดีซีทั้ง 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม TAPS (Thai Alliance Payment System) ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย และกลุ่ม Consortium ของ ธนาคารกรุงเทพ และ ธนาคารกสิกรไทย
เธอกล่าวต่อว่า ในส่วนพร้อมเพย์นั้น อาจจะมีการขยับเป้าหมายเพิ่มขึ้น จากเดิมตั้งเป้าการลงทะเบียนไว้ที่ 30 ล้านบัญชี แต่ล่าสุดมียอดลงทะเบียนแล้ว 28 ล้านบัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน มียอดธุรกรรมการโอน 7.5 ล้านรายการ มูลค่ารวม 4.8 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ย 6 พันบาทต่อรายการ ขณะที่ยอดลงทะเบียนพร้อมเพย์นิติบุคคลอยู่ที่ 3.5-3.6 หมื่นราย







