วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAMTEL - ซื้อ

ได้แล้วงานโครงการขนาดใหญ่งานที่สอง

ประเด็นการลงทุน

การที่ SAMTEL ได้รับหนังสือสั่งซื้องานโครงการจัดซื้อและว่าจ้างบริการบำรุงรักษาระบบจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการของงานโครงการดังกล่าวในเร็ววันนี้ ซึ่งจะถือว่าเป็นงานโครงการขนาดใหญ่งานที่สองของ SAMTEL ภายในปีนี้ นอกจากนี้ยังเป็นการยืนยันว่าการเปิดประมูลงานโครงการของหน่วยงานภาครัฐมีแนวโน้มเร่งให้เร็วและเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 ก่อนหน้านี้ SAMTEL ได้ทำการเซ็นสัญญางานโครงการขนาดใหญ่งานแรกกับกองบัญชาการกองทัพไทยในเดือนมี.ค. 2560 เราคาดว่า SAMTEL มีแนวโน้มชนะการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐอีกหนึ่งโครงการถัดไปมูลค่า 2.6 พันล้านบาทในเดือน ก.ค.ที่จะมาถึง ซึ่งจะเป็นงานต่อเนื่องเฟสสองของงานที่ SAMTEL ได้ดำเนินการไปแล้วสำหรับเฟสแรก นอกจากนี้ยังจะมีงานโครงการภาครัฐขนาดใหญ่อีก 3 โครงการที่มีแนวโน้มเปิดประมูลในช่วงครึ่งหลังของปี
2560 เช่นกัน เราคาดว่าแนวโน้มกำไรของ SAMTEL จะยังคงเติบโต แข็งแกร่งต่อเนื่องไปในไตรมาส 2/60 จนถึงครึ่งหลังของปี 2560 จากมูลค่างานโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญาเพิ่มขึ้น เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SAMTEL เนื่องจากกำไรสุทธิที่มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวและเติบโตแบบก้าวกระโดดในปี 2560 ราคาเป้าหมายของเรา ณ สิ้นปี 2560 ที่ 17.5 บาทอิงกับอัตราส่วน PER ที่ 25 เท่า (หรือคิดเป็น +0.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเหนืออัตราส่วน PER ระยะยาวของหุ้นเองซึ่งอยู่ที่ 17.1 เท่า)

มูลค่างานโครงการ 1.9 พันล้านบาทจากธนาคารอาคารสงเคราะห์

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มร่วมทำ งานชื่อ “เอสเอสเอส คอน ซอเตียม” ซึ่งร่วมจัดตั้งโดย SAMTEL และบริษัทซิลเวอร์เลค สตรัคเจอร์ เซอร์วิสเซส จำกัด ได้รับหนังสือสั่งซื้องานโครงการจัดซื้อและว่าจ้างบริการรักษาบำรุงระบบไอทีหลักของธนาคาร (core banking) และ ระบบงานสนับสนุนกระบวนการให้สิ้นเชื่อ (loan origination) จากธนาคาร
อาคารสงเคราะห์ โดยมูลค่างานโครงการทั้งหมดอยู่ที่ 1,898 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งในส่วนของ SAMTEL จะมีมูลค่าประมาณ 1,400 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยขอบข่ายของงานโครงการดังกล่าวจะครอบคลุมถึงการจัดซื้อ การพัฒนา การฝึกอบรมและบริการซ่อมบำรุง สำหรับทั้งสองระบบข้างต้น การเซ็นสัญญาระหว่าง “เอสเอสเอส คอน
ซอเตียม” และธนาคารอาคารสงเคราะห์คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือสั่งซื้องานโครงการดังกล่าว

งานโครงการขนาดใหญ่งานที่สอง—ส่งผลบวกต่อ SAMTEL

ดีลงานโครงการขนาดใหญ่ข้างต้นกับธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการเปิดประมูลงานโครงการขนาดใหญ่มากขึ้นในไตรมาส 2/60 และมีแนวโน้มต่อเนื่องไปยังครึ่งหลังของปี 2560 งานโครงการข้างต้นถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่งานที่สอง สำหรับ SAMTEL ในปีนี้ หลังจากการเซ็นสัญญางานโครงการขนาดใหญ่ งานแรกกับสำนักงานใหญ่กองบัญชาการกองทัพไทยมูลค่า 941 ล้านบาทไปในเดือนมี.ค. 2560 ซึ่งงานโครงการที่ประกาศในครั้งนี้ถือว่ามีมูลค่าสูงกว่าที่เราคาดก่อนหน้าที่ 1 พันล้านบาท SAMTEL จะทำการรับรู้รายได้ของงานโครงการนี้จำนวน 1.22 พันล้านบาทใน 18 เดือนแรกและจะทยอยรับรู้รายได้ที่เหลืออีก 284 ล้านบาทภายใน 4 ปีข้างหน้าหลังจาก 18 เดือน เราได้คำนวณรวมงานโครงการนี้ เข้าไปในประมาณการ มูลค่างานที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) และการประเมินมูลค่าหุ้นของเราแล้วก่อนหน้านี้ ภายใต้สมมติฐานของการเริ่มรับรู้รายได้จากงานโครงการนี้ตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2560 เป็นต้นไป และอัตรากำไรสุทธิของงานโครงการนี้ที่ 7% เราประเมินว่างานโครงการนี้ ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ SAMTEL สำหรับในปี 2560 คิดเป็น 28 ล้านบาท (หรือคิดเป็น 7% ของกำไรสุทธิรวมของ SAMTEL ในปี 2560) และคิดเป็น 57 ล้านบาท (หรือ 12% ของกำไรสุทธิรวมของ SAMTEL ในปี 2561)

งานโครงการขนาดใหญ่ถัดไปมูลค่า 2.6 พันล้านบาทในเดือนก.ค.

เราคาดว่า SAMTEL มีแนวโน้มสูงที่จะชนะงานโครงการขนาดใหญ่ถัดไปของหน่วยงานภาครัฐมูลค่า 2.6 พันล้านบาทในเดือนก.ค. ซึ่งงานโครงการนี้ถือว่าเป็นเฟสสอง และเป็นงานต่อเนื่อง จากงานโครงการเฟสแรกซึ่ง SAMTEL ชนะประมูลไปก่อนหน้า เรามั่นใจว่า SAMTEL มีแนวโน้มที่จะชนะการประมูลงานเฟสสองของงานโครงการนี้เนื่องจากประวัติผลงานที่ทำได้ดีในเฟสแรกโครงการขนาดใหญ่ถัดไปได้แก่ งานโครงการคอลล์เซ็นเตอร์แห่งชาติ ขนาดของงานโครงการนี้ ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท (จากก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท) ขั้นตอนต่อไปก่อนที่จะเปิดประมูลได้แก่ การเสนองานโครงการนี้ให้ครม.อนุมัติซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในไตรมาส 3/60 ภายใต้สมมติฐานว่า SAMTEL ชนะการประมูลงานโครงการคอลล์ เซ็นเตอร์ เราประเมินว่า 80% ของมูลค่างานโครงการ (หรือ 2.5 พันล้านบาท) จะไปสู่ SAMTEL ส่วนที่เหลืออีก 600 ล้านบาทจะไปสู่ OTO โดยภาพรวมเราคาดว่าการเซ็นสัญญางานโครงการใหม่สำหรับในปี 2560 ของ SAMTEL มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก 29% มาอยู่ที่ 9 พันล้านบาท