วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ดีบีเอสวิคเคอร์ส' แชมป์ค้าหุ้น

"ดีบีเอส วิคเคอร์ส" แชมป์ค้าหุ้น อานิสงส์ยอดซื้อขายนักลงทุนต่างชาติหนุน บล.กสิกรไทย ลดความน่าสนใจหุ้นไทย ประเมินดัชนีปีนี้ 1,570 จุด เหตุจีดีพีโตต่ำ

ดีบีเอส วิคเคอร์ส แซง เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ขึ้นส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด หลังยอดเทรดต่างชาติยังสูง ในขณะที่รายย่อยหยุดเทรด พบต่างชาติ หันใช้ระบบเทรดความเร็วสูงมากขึ้น พร้อมปรับระบบรองรับ ชี้ไม่มีผลกับดัชนี ด้าน กสิกรไทย เปิด 3แผนงานเพิ่มบทวิจัย-ยกระดับมาร์เก็ตติ้ง -พัฒนาโปรดักท์ใหม่ 

ขณะที่ บล.กสิกรไทยปรับลดความน่าสนใจตลาดหุ้นไทย ประเมินปีนี้ดัชนียืนที่ 1,570 จุด เหตุกำไรบจ.เติบโตน้อย

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รายงาน ส่วนแบ่งทางการตลาดของการซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ในเดือน พ.ค. 2560 พบว่าบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มีส่วนแบ่งขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ที่ 7.27 % แซงหน้า บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับที่ 2 ที่ 6.77% ในขณะที่อันดับที่ 3 บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) มีส่วนแบ่งที่ 5.63 % อันดับที่ 4 บล.ภัทร มีส่วนแบ่งที่ 5.24 % และ อันดับที่ 5 บล. ฟินันเซีย ไซรัส มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 5.14 %

หากดูส่วนแบ่งการตลาดจากต้นปีถึงเดือนพ.ค. พบว่า บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯอยู่ที่ 7.52% บล.ดีบีเอสฯ 6.81 % บล.ซีไอเอ็มบี่ 5.52 % บล.ฟินันเซีย ไซรัส มีส่วนแบ่ง 5.33 % บล.ภัทร อยู่ที่ 4.95%

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล. ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ส่วนแบ่งการซื้อขายของบริษัทในเดือนนี้ที่เพิ่มขึ้น มองว่าเกิดจากนักลงทุนต่างชาติเข้าทำการซื้อขายหุ้นอย่างสม่ำเสมอและไม่มีมูลค่าการซื้อขายที่ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกับนักลงทุนรายย่อย ทำให้ส่วนแบ่งของบริษัทขยับขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ทั้งนี้ทิศทางของนักลงทุนต่างชาติเริ่มใช้ระบบการซื้อขายแบบรวดเร็วเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น

“เรามองว่าการที่บริษัทขยับส่วนแบ่งตลาดขึ้นเป็นอันดับที่ 1 น่าจะเกิดจากนักลงทุนรายบุคคลมีการเทรดที่ลดลง และบางวันมีสัดส่วนซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน เหลือระดับ 45 % จากระดับปกติที่ 60 % ทำให้ส่วนแบ่งโบรกเกอร์รายย่อยลดลง”

ขณะที่ลูกค้าของบริษัทเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ที่ยังเข้าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยอย่างคึกคัก และไม่ได้ปรับลดสัดส่วน ทำให้ส่วนแบ่งขยับเพิ่มขึ้น      

นอกจากนี้บริษัทยังมีนักลงทุนต่างชาติได้เข้าลงทุนผ่านระบบการซื้อขายแบบรวดเร็ว ผ่านบริษัทมาก ซึ่งบริษัทได้ปรับการให้บริการเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว โดยในช่วง 2-3ปีที่ผ่านมา มีลูกค้าที่เข้ามาซื้อขายด้วยรูปแบบนี้มากขึ้น และในอนาคตมีการเติบโต เนื่องจากสภาพของตลาดหุ้นไทยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในระดับที่สูง 

ทั้งนี้แม้นักลงทุนกลุ่มนี้จะมีการเก็งกำไรในหุ้น และเล่นรอบการซื้อขายค่อนข้างเร็วแต่จะไม่ส่งกระทบกับตลาดหุ้นไทย เพราะในระบบการซื้อขายนั้น จะถูกออกแบบมาให้ผันแปรตามมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน ซึ่งมูลค่าของการลงทุนผ่านระบบการซื้อขายแบบรวดเร็วยังถือว่ามีน้ำหนักที่น้อยมาก

ด้านนายธิติ ตันติกุลานันท์ ประธานกรรมการ บล.กสิกรไทยกล่าวว่า แผนงานบริษัทปีนี้ ยังคงให้น้ำหนักกับคุณภาพบทวิจัยบริษัทจดทะเบียน โดยปัจจุบันทำวิจัยบริษัทจดทะเบียนราว100 กว่าบริษัท มีเป้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 130 บริษัทและพัฒนาระบบการซื้อขายผ่านออนไลน์ เนื่องจากเห็นเทรนด์ด้านนี้เติบโตสูงขึ้นมาก โดยปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนลูกค้าเทรดผ่านออนไลน์ ถึง 70% ซึ่งปลายปีนี้จะออกผลิตภัณฑ์ใหม่มา หลังจากได้ออกแอพพลิเคชั่นชื่อ เค ซูเปอร์ ดี  ซึ่งเป็นโปรดักท์สำหรับลูกค้าที่นิยมซื้อขายตราสาร DW รวมทั้งเปิดให้ลูกค้าไปซื้อขายตลาดต่างประเทศได้ นอกจากนี้บริษัทยังให้ความสำคัญกับคุณภาพของมาร์เก็ตติ้ง โดยจะมีการพัฒนามาร์เก็ตติ้งเพื่อให้ตอบสนองกับลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น

ส่วนการแข่งขันในธุรกิจโบรกเกอร์ยังคงมีอยู่ไม่ได้ลดลงจากปีที่ผ่านมาแต่ด้วยปริมาณการซื้อขายที่ลดลง โดยปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 4-4.5 หมื่นล้านบาทต่อวันจากปีแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาทต่อวัน ก็อาจทำให้การแข่งขันดูเหมือนเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่อันดับ 7-8  

นางจิรลาวัณย์ ตั้งกิจเวทย์ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์และนักลงทุนสถาบัน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า สถานการณ์ตลาดหลักทรัพย์ปีนี้ ไม่น่าจะดีนัก และได้ปรับลดความน่าสนใจตลาดหุ้นไทยลง โดยประเมินปีนี้ดัชนีอยู่ที่ 1,570 จุด ตามสถานการณ์เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำประมาณ 3-3.5% ซึ่งอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจระดับนี้ ไม่ช่วยเอื้อต่อการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน จะเห็นได้ว่ากำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรกปีนี้ที่ออกมา ถ้าหักกลุ่มพลังงานออกไปแล้วแทบจะไม่โตเลย ซึ่งพลังงานที่โตเพราะเทียบกับงวดเดียวกันปีที่แล้วได้ส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้น