"กลุ่มโรงไฟฟ้า" รุกต่างประเทศ "ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์" รับสนลงทุนไฟฟ้าขยะเมียนมา ด้าน "เอสพีซีจี" ปิดดีลร่วมทุนลุยโรงไฟฟ้าญี่ปุ่นไตรมาส 2
กลุ่มโรงไฟฟ้ามั่นใจรายได้ไตรมาส 2 โตต่อเนื่องจากการซีโอดีไฟฟ้าเพิ่ม พร้อมขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ทีพีไอพีพีเผยมีนักลงทุนชวนลงทุนโรงไฟฟ้าขยะในเมียนมาและฟิลิปปินส์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจา ด้านเอสพีซีจีหวังสรุปแผนร่วมทุนพันธมิตรญี่ปุ่นไตรมาสนี้
นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) TPIPP เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้ไตรมาส 2 ปี 2560 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาส 1 ปีนี้ที่มีรายได้ 1.26 พันล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10% เป็น 210-200 ล้านหน่วย หลังจากการปรับปรุงประสิทธิภาพกำลังการผลิต และติดตั้งตั้งหม้อผลิตไอน้ำสำรองสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงเสร็จในกลางไตรมาส 2 ปี2560
ส่วนทั้งปีนี้ บริษัทคาดการณ์รายได้รวมเติบโต 2 เท่าตัว จากปี 2559 ที่มีรายได้ 4.43 พันล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าอีก 290 เมกะวัตต์ นอกจากนี้คาดว่าจะมีการปรับค่า FT เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ในช่วงเดือนกันยายนนี้ หลังจากเดือนพฤษภาคม ที่ปรับขึ้นไปแล้ว 12.5 สตางค์ต่อหน่วย เพราะต้นทุนผลิตขึ้นไป 20 สตางค์ต่อหน่วย
เขากล่าวว่า บริษัทยังมองหาโอกาสในการเติบโต หากภาครัฐมีการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากขยะในช่วงปลายปีนี้ โดยบริษัทพร้อมที่จะเข้าไปยื่นขอ PPA และขณะนี้มีนักลงทุนมาชวนให้บริษัทไปลงทุนโรงไฟฟ้าขยะที่เมียนมา และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาอยู่ ส่วนความคืบหน้าการลงทุนที่กัมพูชา ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา หากประเมินแล้วไม่เหมาะสมและผลตอบแทนไม่คุ้มค่า บริษัทก็จะไม่เข้าไปลงทุน คาดสรุปผลการศึกษาภายในปีนี้
นางสาวธนาพร รัตนมณีรุ่งแสง ผู้อำนวยการสำนักงานกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) SPCG กล่าวว่า โครงการร่วมทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่นกับพันธมิตรบริษัทจดทะเบียนไทย กำลังการผลิต 500 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในช่วงไตรมาส 2 ปี 2560 นี้ และคาดว่าจะได้กำลังการผลิตราว 200 - 500 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนจากการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป(General Mandate) จำนวน 92.39 ล้านหุ้น ในวันที่ 6 มิ.ย.นี้
ทั้งนี้ บริษัทเลื่อนกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในจังหวัดทตโตะริ ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ เป็นช่วงปลายปีนี้ถึงไตรมาส 1 ปี 2561 จากเดิมคาดจะสามารถจ่ายไฟได้ภายในไตรมาส 1 ปี 2560 เนื่องจากเหตุการณ์หิมะตกหนักทำให้ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศฟิลิปปินส์กำลังผลิต 37 เมกะวัตต์ ยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากรัฐบาลของประเทศฟิลิปปินส์ยังไม่มีความชัดเจนด้านนโยบายการรับซื้อไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจสามารถทำรายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่ 5.5 พันล้านบาท จากโครงการโรงไฟฟ้าที่มีอยู่ทั้งหมด 36 โครงการ กำลังผลิต 260 เมกะวัตต์ และจากรายได้ธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่คาดว่าปีนี้จะทำได้ราว 2 พันล้านบาท








