ราคาน้ำมันดิบคาดจะเพิ่มขึ้น จากการขยายเวลาการปรับลดการผลิต และ สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ปรับลดลง
ไทยออยล์ คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ( 15 – 19 พ.ค. 60)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าข้อตกลงขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มเข้าใกล้การประชุมในวันที่ 25 พ.ค. ซึ่งจะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังความต้องการใช้ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลกับอุปทานที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากลิเบีย และ ไนจีเรีย ที่สถานการณ์ความไม่สงบเริ่มคลี่คลายลง ประกอบกับ กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น หลังแหล่งผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐ เริ่มคุ้มทุนที่จะผลิตเพิ่มขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มเป็นไปได้มากขึ้น หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปคหลายประเทศ รวมถึง ซาอุดิอาระเบีย อิรัก และแอลจีเรียสนับสนุนให้มีการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 นอกจากนี้ ข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 เริ่มเห็นผล หลังสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือนเม.ย. ปรับลดลง 1.12 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 23.93 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังอัตราการกลั่นยังคงทรงตัวในระดับสูง เพื่อรองรับความต้องการใช้ในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยล่าสุดสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 5 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 5.2 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 522.5 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้
- ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น จากการเปิดดำเนินการของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara และ El Feel กำลังการผลิตรวมกันราว 420,000 บาร์เรลต่อวัน ส่งผลให้กำลังการผลิตล่าสุดของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2557 และสูงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาราว 30,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันของลิเบียคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากสถานการณ์ภายในประเทศสงบลง
- กำลังการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังแหล่งผลิตน้ำมันดิบ Bonga กำลังการผลิต 225,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งปิดซ่อมบำรุงเมื่อเดือนมี.ค. - เม.ย. 60 กลับมาดำเนินการอีกครั้ง นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรียคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอีก หลังท่อขนส่งน้ำมันดิบ Trans Forcados oil pipeline กำลังการขนส่งราว 250,000 บาร์เรลต่อวัน อาจกลับมาให้บริการอีกครั้งเร็วๆ นี้ หลังจากเริ่มมีการทดสอบการใช้งาน
- จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังล่าสุดจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 พ.ค.60 รายงานโดย Baker Hughes ปรับเพิ่มขึ้น 9 แท่น มาอยู่ที่ 712 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน เมย.58 นอกจากนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบจากแหล่ง Bakken คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นจากการเปิดให้บริการท่อขนส่งน้ำมันดิบ Dakota Access Pipeline และ Energy Transfer Crude Oil Co Pipeline กำลังการขนส่ง 470,000 บาร์เรลต่อวัน ในวันที่ 14 พ.ค. 60
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีน จีดีพีไตรมาส 1/60 ยูโรโซน และ ดัชนีราคาผู้บริโภคยูโรโซน
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (8 – 12 พ.ค. 60)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 1.62 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 47.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 1.74 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 50.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากข่าวการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของซาอุดิอาระเบีย แสดงความเห็นว่าอาจมีการขยายการปรับลดกำลังการผลิตไปอีกจนถึงสิ้นปี 2560 หรืออาจจะยาวกว่านั้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 5 พ.ค. 2560 ที่ปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากกำลังการผลิตของลิเบีย ไนจีเรีย และสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง







