วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไดกิ้นชูกลยุทธ์‘โปรช็อป’ชิงผู้นำใน2ปี 

การขยายตลาดสินค้าและบริการ “ช่องทางการขาย” ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นเครื่องมือสำคัญ โดยเฉพาะตลาด  “ต่างจังหวัด” ที่มีฐานประชากรขนาดใหญ่ คือ โอกาสและกำลังซื้อแห่งอนาคต 

ฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ “ไดกิ้น” กล่าวว่า ไดกิ้นวางกลยุทธ์สร้างความแข็งแกร่งด้านเครือข่าย “ช่องทางการจัดจำหน่าย” พร้อมยกระดับมาตรฐานตัวแทนจำหน่ายให้มีความแข็งแรงผ่าน ไดกิ้น โปรช็อป (Daikin ProShop) ศูนย์ให้บริการและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศไดกิ้นเชิงพาณิชย์และที่อยู่อาศัยครบวงจร รองรับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ 

“เชื่อว่าจะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ไดกิ้น ในการขยายฐานลูกค้าวงกว้าง กระตุ้นยอดขายเติบโตก้าวสู่ผู้นำตลาดได้ตามเป้าหมายใน 2 ปี” 

ไดกิ้น โปรช็อป  เป็นการตอกย้ำภาพผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องปรับอากาศ ตั้งแต่การขาย ติดตั้ง บริการหลังการขาย ประเดิมย่าน ลำลูกกา ปทุมธานี ตั้งเป้าหมายครอบคลุมทั่วประเทศภายในปี 2563 รองรับความต้องการเครื่องปรับอากาศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัด ซึ่งอีก 2 ปีตลาดกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจะขยับมีสัดส่วนเท่ากันที่ 50% 

ปัจจุบัน ตลาดเครื่องปรับอากาศมีมูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท หรือ 1.8 ล้านเครื่อง ปีนี้อาจพุ่งสูงกว่า 10% จากเป้าหมายเดิมที่คาดการณ์กันไว้

สำหรับ ไดกิ้น โปรช็อป ลำลูกกา ภายใต้ บริษัท อินแอนด์ไอ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายของไดกิ้น  ถือเป็น Engineering Dealer แห่งแรก ที่เปิดในปีนี้ และเปิดเพิ่มที่พัทยา เป็น Engineering Dealer เช่นกัน ร้านดังกล่าวเน้นจำหน่ายเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ สำหรับโครงการต่างๆ เป็นหลัก แต่ยังคงให้บริการลูกค้ารายย่อยด้วย จึงเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ครอบคลุมการให้บริการ ทั้งในเชิงพาณิชย์และที่พักอาศัย  นอกจากนี้ยังมองขยายตลาดที่นครราชสีมา และระยอง

ที่ผ่านมาบริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวแทนจำหน่าย และผู้ติดตั้งทั้งในด้านการบริการ การขาย การติดตั้ง ด้วยการจัดฝึกอบรมเพื่อให้ได้มาตรฐานกับตัวแทนจำหน่ายทุกราย

อัมรินทร์ ณ พัทลุง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินแอนด์ไอ จำกัด กล่าวว่า การแต่งตั้งให้เป็นไดกิ้น โปรช็อป จะช่วยยกระดับมาตรฐานการบริการครบวงจรไม่ว่าจะเป็น งานขาย งานติดตั้ง บริการหลังการขาย รวมถึงศูนย์รวมอะไหล่ ฯลฯ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันผลักดันยอดขายเติบโต ทั้งสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าเดิมและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการ 

ทานากะ กล่าวต่อว่า ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศปี 2560  คาดเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% ขณะที่ “ไดกิ้น” ตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%  นอกเหนือจากสภาพอากาศประเทศไทยเอื้อต่อการทำตลาดแล้ว ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ผู้ประกอบการเน้นเปิดตัวสินค้าใหม่และทำกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน  ยอดขายเครื่องปรับอากาศของไดกิ้น ในตลาดต่างจังหวัด เป็นอันดับ 2 รองจากแบรนด์มิตซูบิชิ

ขณะที่ยอดขายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขึ้นเป็น “ผู้นำตลาด” ในด้านของมูลค่า ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล 70%  อีก 30% มาจากต่างจังหวัด ตั้งเป้าหมายภายในปี 2563 สัดส่วนรายได้ต่างจังหวัดขยับเป็น 50% เท่ากับกรุงเทพฯ และปริมณฑล

พร้อมส่วนแบ่งการตลาด “เบอร์ 1” ทั้งเครื่องปรับอากาศภายในบ้านและเชิงพาณิชย์ 

“โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ปัจจุบันครองอันดับ 2 การขยายช่องทางจำหน่ายและฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้น ใน 2 ปีข้างหน้าจะครองมาร์เก็ตแชร์ 30%  ครองอันดับ 1 ตามเป้าหมาย”

สำหรับ รอบบัญชีปี 2559  สิ้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มียอดขาย 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปี 2558  ส่วนรอบบัญชีปี 2560 ตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 10%