“กลุ่มสามารถฯ” กำไรหด 69% เตรียมดันไอสปอร์ตเข้าตลาด
กลุ่มสามารถ ไตรมาสแรกกำไรลดวูบ 69% เหลือ 35 ล้านบาทหวังไตรมาส 2 การลงทุนภาครัฐเดินหน้าดันงานใหม่เพิ่มโดยเฉพาะสามารถเทลคอม เผยมีงานในมือรอรับรู้รายได้ปีนี้กว่าหมื่นล้านบาท พร้อมเล็งดันไอ-สปอร์ตเข้าตลาดหลักทรัพย์
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสแรกของปี 2560 บริษัท มีรายได้รวม 2,971 ล้านบาท กำไรสุทธิรวม 35 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 69% ที่มีกำไรสุทธิ 114 ล้านบาท
ผลการดำเนินงานดังกล่าวแยกเป็น กลุ่ม ICT Solution หรือบริษัทสามารถเทลคอม มีรายได้รวม 1,405 ล้านบาท กำไรสุทธิ 81 ล้านบาท โดยมีงานใหม่จำนวนเกือบ 1,800 ล้านบาท อาทิ งานติดตั้งเครือข่ายโทรคมนาคมทหาร มูลค่า 941 ล้านบาท โครงการจัดทำฐานข้อมูลแผนที่และคำนวณราคาประเมินที่ดินให้แก่กรมธนารักษ์ มูลค่า 249 ล้านบาท
สายธุรกิจ Mobile-Multimedia หรือบริษัทสามารถไอ-โมบาย มีรายได้ 421 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการปรับแผนธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ประจำมากขึ้น
นอกจากนี้ยังเตรียมนำบริษัทลูก คือ i-sport เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขยายธุรกิจด้านกีฬา และมุ่งสู่การเป็น “บริษัทที่ทำธุรกิจด้านกีฬาครบวงจร” หรือ Sport & Entertainment ของไทย
สายธุรกิจ Related Business มีรายได้ 391 ล้านบาท เฉพาะบริษัทวันทูวัน คอนแทคส์ รายได้รวม 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% กำไรสุทธิรวม 26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 45% โดยมีลูกค้ารายใหม่ทั้งในกลุ่มราชการและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงได้รับการว่าจ้างต่อสัญญาเดิมอีกหลายฉบับ รวมมูลค่า 223 ล้านบาท ส่งผลให้มีงานในมือกว่า 930 ล้านบาท ส่วนสายธุรกิจ Utilities & Transportation มีรายได้รวม 856 ล้านบาท
นายวัฒน์ชัยกล่าวว่า ในส่วนไตรมาสต่อไป ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจะกลับมาคึกคักมากขึ้นจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการขับเคลื่อนของภาคเอกชน ที่เอื้อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาลแก่กลุ่มสามารถ จึงมั่นใจว่าผลประกอบการของทุกธุรกิจในกลุ่มสามารถจะมีเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยประเมินว่าไตรมาส2 ปีนี้ สามารถเทลคอม จะยื่นประมูลอีกหลายโครงการใหญ่มูลค่ารวมกว่า 5 พันล้านบาท ทั้งนี้คาดการณ์ไว้ว่าปีนี้จะมีงานในมือรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท และจะเป็นสัดส่วนของงานบริการที่จะสร้างรายได้ประจำสม่ำเสมอเพิ่มสูงขึ้นด้วย
ส่วนสายธุรกิจ Mobile-Multimedia ปัจจุบัน สามารถไอโมบาย อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ จากที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจขายเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่มาเป็นรายได้ที่สม่ำเสมอและมั่นคงมากขึ้น โดยล่าสุดรอความชัดเจนใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการงานวิทยุโทรคมนาคมระบบทรั้งค์ และ โครงการโคทาวเวอร์ ของ กสท. คาดจะเซ็นสัญญาในครึ่งปีแรก และมีแผนในการเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เพิ่มขึ้น
สายธุรกิจ Utilities & Transportation ล่าสุด เริ่มไตรมาส 2 เทด้า ได้โครงการก่อสร้างงานด้านโยธาจัดหาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าใต้ดินสำหรับการเปลี่ยนระบบไฟฟ้าอากาศเป็นระบบสายไฟฟ้าใต้ดินของการไฟฟ้านครหลวง โครงการพระราม 3 มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท







