วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘เถ้าแก่น้อย’เล็งปรับเป้ารายได้

‘เถ้าแก่น้อย’เล็งปรับเป้ารายได้ ปราบทัวร์ศูนย์เหรียญส่งผลนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยวูบ เร่งปรับกลยุทธ์ ขายผ่านตัวแทนจำหน่ายจีนเพิ่ม 

“เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาเก็ตติ้ง” รับกรณีปราบทัวร์ศูนย์เหรียญกระทบยอดขาย เตรียมลดเป้าหมายรายได้ปีนี้หากเกิดผลกระทบมากกว่าคาด ล่าสุดอยู่ระหว่างรอดูตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยอีกระลอก พร้อมปรับกลยุทธ์ขายผ่านผู้แทนจำหน่ายในจีนเพิ่ม

นายจิระพงษ์ สันติภิรมย์กุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) TKN เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้บริษัทที่เดิมคาดว่าจะขยายตัว 15 -20 %จากปี 2559 ที่มีรายได้4,729.39 ล้านบาท หลังจากนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของบริษัท มีจำนวนลดลงอย่างรุนแรงในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา

“บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนเป้าหมายของบริษัท เนื่องจากกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหญ่ของบริษัทคือนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยนั้น มีจำนวนลดลงในช่วงไตรมาสที่ 1 กว่า 70% อีกทั้ง การย้ายการผลิตสินค้าไปยังโรงงานแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ ได้ทำให้ต้นทุนการผลิตนั้นปรับเพิ่มขึ้น และสะท้อนออกมาในไตรมาส 1 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าแนวโน้มการผลิตในอนาคตจะมีทิศทางที่ดี หลังจากที่การเดินเครื่องการผลิตเริ่มมีประสิทธิภาพ"

ทั้งนี้ ในทิศทางไตรมาส 2 ปี 2560 พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวมากขึ้น ประกอบกับการสำรวจความนิยมในสินค้าเถ้าแก่น้อยพบว่า ยังเป็นสินค้าที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนชื่นชอบ โดยหลังจากนี้ บริษัทขอประเมินสถานการณ์การฟื้นตัวว่าจะมีความต่อเนื่องหรือไม่ และคาดว่าจะสามารถสรุปได้ในช่วงปลายไตรมาส 2 ปีนี้

ในด้านการขยายตัวของตลาดในประเทศ มองว่าการเติบโตน่าจะต่อเนื่อง ทั้งผลิตภัณฑ์สาหร่ายแม้ว่าจะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นทำให้สัดส่วนแบ่งทางการตลาดปรับตัวลดลงเล็กน้อย จาก 66% เหลือ 63% ซึ่งบริษัทจะหันไปพัฒนาผลิตภัณฑ์สาหร่ายให้หลากหลายมากขึ้น รวมถึงผลักดันสินค้าอื่นๆ นอกเหนือสาหร่ายให้เติบโต โดยมีเป้าหมายให้มีสัดส่วนรายได้ในระดับ 5 %

ส่วนในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในจีน การเติบโตยังมีทิศทางที่ดี อยู่ในระดับ 2 หลัก แม้จะมีการขายผลิตภัณฑ์ใน 2 มณฑลก็ตาม หลังจากนี้บริษัทจะเจรจาหาผู้แทนจำหน่ายในมณฑลอื่นๆ เพิ่มขึ้น รวมถึงเปิดตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐที่เป็นตลาดค่อนข้างใหญ่

เขากล่าวว่า ราคาสาหร่ายซึ่งเป็นต้นทุนหลักได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมา สาเหตุจากเกิดปัญหาในกระบวนการผลิต ซึ่งช่วงที่ผ่านมาบริษัทต้องการขยายตลาดให้มีการเติบโตได้ดี ทำให้มีความจำเป็นที่ต้องซื้อสาหร่ายในราคาที่สูง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในอนาคต บริษัทมองว่าทิศทางของราคาสาหร่ายน่าจะปรับลดลง และบริษัทจะสามารถบริหารจัดการได้