วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KCE - ซื้อ

ไตรมาส 1/60 แย่ที่สุดสำหรับปีตามคาด

กำไรต่ำกว่าคาด

KCE รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 662 ล้านบาท ลดลง 12% YoY และ 4% QoQ ซึ่งต่ำกว่าทีเราคาดการณ์ 7% หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (39 ล้านบาท) กำไรหลักจะอยู่ที่ 623 ล้านบาท ต่ำกว่าที่เราคาดการณ์และตลาดคาดการณ์ 13% โดยลดลง 14% YoY และ 6% QoQ ทั้งนี้กำไรหลัก YoY ลดลงเนื่องจากการที่เงินบาทแข็งตัวขึ้น 1.4% เทียบกับเงินดอลล่า กอปรกับราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้นหักลบกับผลกระทบจากการประหยัดต่อขนาดที่มากขึ้น และการที่ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นจากโรงงานใหม่

ประเด็นหลักผลประกอบการ

รายได้ทรงตัว YoY อยู่ที่ 3.5 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 2% YoY ในรูปสกุลเงินเหรียญสหรัฐ) เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าและจากผลกระทบเชิงลบจากการเปลี่ยนเทอมการขายเป็นแบบการขายฝาก (consignment) ซึ่งเป็นสาเหตุให้รับรู้รายได้ล่าช้า โดยคิดเป็นประมาณ 3% ของยอดขาย) แม้ว่า ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น (เนื่องจากอัตรากำลังผลิตที่สูงขึ้นจากโรงงานใหม่) ทั้งนี้รายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11% QoQ เนื่องจากผลกระทบตามฤดูกาลและจากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในการลงทุนเฟส 3 ของโรงงานใหม่ สำหรับด้านราคามีการปรับราคาขายเฉลี่ยลดลง 2% สำหรับปี 2017

อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวทั้ง YoY และ QoQ อยู่ที่ 30.7% (เทียบกับ 34% ในไตรมาส 4/59 และ 33.9% ในไตรมาส 1/59) จากการรับรู้ผลกระทบของราคาแผ่นทองแดงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเต็มไตรมาส, ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ, และการปรับราคาขายรายปีที่ลดลง

แนวโน้ม

เราคาดกำไรหลัก KCE ลดลง YoY ในไตรมาส 2/60 เนื่องจากราคาแผ่นทองแดงที่ปรับตัวสูงขึ้น, หากแต่เรามองว่า QoQ จะปรับตัวดีขึ้นตามฤดูกาล รวมทั้งราคาแผ่นทองแดงที่ปรับตัวลดลง โดยราคาเฉลี่ยของทองแดงอยู่ประมาณ 5,669 เหรียญสหรัฐต่อตัน QTD ในไตรมาส 2/60 เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ย 4,735 ต่อตันในปีที่ผ่านมาแต่ลดลงจาก 5,838 เหรียญ สหรัฐต่อตันในไตรมาส 1/60 ทั้งนี้ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นคาดปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2560- ปี 2561 พร้อมกับการขยายตัวของกำลังการผลิตจากการขยายโรงงานเฟส 3, ราคาทองแดงที่ลดลง และ การใช้มาตรการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

สิงที่เปลี่ยนแปลง

กำไรไตรมาส 1/60 ต่ำกว่าประมาณการของเรา เราอยู่ระหว่างการทบทวนประมาณการกำไรทั้งปี 2560

คำแนะนำ

ความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรอาจจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในระยะสั้น หากแต่การเติบโตของกำไรหลักในระยะยาวฟื้นตัวแบบตัว U โดยกำไรไตรมาส 1/60 อยู่จุดต่ำสุด โดยเราคาดว่ากำไรจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2/60 และกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 หนุนโดยราคาแผ่นทองแดงที่ปรับตัวลดลง, มุมมองค่าเงินบาทอ่อน
ตัวลงเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ, กำลังการผลิตที่ขยายตัว และอุปสงค์จากที่แข็งแกร่งของ PCBs ในรถยนตร์