หันมาผลิตเหล็กที่มีมูลค่า
ประด็นการลงทุน
นักลงทุนได้ให้ความสนใจกับพื้นฐานของบริษัทที่กำลังจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนจากเดิมที่เคยผลิตเหล็กสำหรับก่อสร้างเปลี่ยนไปเป็นเหล็กเกรดพิเศษผ่านทางการร่วมทุนกับ Kobe Steel ผู้ผลิตเหล็กเกรดพิเศษชั้นนำของญี่ปุ่น การเปลี่ยนแปลงนี้จะเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทให้สูงขึ้น อีกทั้งจะลดความกังวลที่นักลงทุนมีต่อความผันผวนของกำไร (เหล็กสำหรับก่อสร้างมีราคาผันผวน) และปัญหาการนำเข้าเหล็กราคาถูกจากประเทศจีน
นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ซึ่งเป็น CEO มีความมั่นใจว่าราคาหุ้นในตลาดยังต่ำกว่ามูลค่าบริษัทที่จะสามารถทำกำไรเติบโต ดังนั้น CEO จะทำ tender offer ไม่เกิน 29.99% ของหุ้นในตลาดในราคา 1.80 บาท (คาดจะเริ่มในเดือน ก.ค.) เรามองว่าราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ในระดับน่าเข้าสะสม – มี PBV ปี 2560 1 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าฉลี่ยปี 2548-2559 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทั้งๆที่ ROE เป็นขาขึ้น เราแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2560 ที่ 2.20 บาท โดยคิดที่ PBV 1.4 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2548-2559 อยู่ 0.5 ส่วนเบี่ยงบนมาตรฐาน)
ผลการดำเนินงานพลิกเป็นกำไรต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/60
เราคาดกำไรไตรมาส 1/60 ที่ 120 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 57 ล้านบาท ในไตรมาส 1/59) – MILL รายงานผลประกอบการเป็นบวกเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน เราคาดยอดขายเติบโต 11% YoY (14% QoQ) หนุนโดยปริมาณที่เพิ่มขึ้น (จากการเพิ่มกำลังการผลิต) ขณะที่คาดกำไรสุทธิพลิกตัว YoY เป็นบวก 2.2% จากอยู่ในแดนลบในไตรมาส 1/59 ในส่วน QoQ เราคาดกำไรหลักจะลดลง 25% เนื่องจากต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น อีกทั้งเราประเมินกำไรไตรมาส 2/60 ลดลง YoY (จากฐานสูงในไตรมาส 2/59) และ QoQ (ปัญหาในการขนส่งในช่วงวันหยุด) นอกเหนือจากนี้การขายที่ดินเนื้อที่ 300 ไร่จะหนุนกำไร MILL อีกด้วย เนื่องจากราคาที่ดินในตลาดสูงกว่าราคาที่บริษัทซื้อมาประมาณ 4-5 เท่า
ประเด็นการลงทุน
ในปี 2559 MILL ใช้เงินจำนวน 500 ล้านบาทเพื่ออัพเกรดเครื่องจักรในการผลิตเหล็กทรงยาวและเพิ่มกำลังการผลิตจาก 500,000 ตัน เป็น 650,000 ตัน ปัจจุบันบริษัทสามารถผลิตเหล็กทรงยาวคุณภาพสูงเพื่อส่งออกไปยังประเทศเวียดนามและออสเตรเลีย – ปริมาณยอดขายเหล็กสูงขึ้น 3 เท่า YoY ในไตรมาส 4/59 เราได้นำผลผลิตที่มากขึ้นมาคิดในประมาณการของเราแล้ว (ปัจจุบันเราคาดปริมาณยอดขายเหล็กเติบโต 35% YoY ในปี 2560) โดยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ประมาณการกำไรหลักปี 2560 ของเราสูงขึ้น 14% แต่ยังไงก็ตามเรายังไม่ได้รวมไว้ในอัตรากำไรสุทธิ โดยเรากำหนดให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 10bps เท่านั้น
…จากที่บริษัทหันมาผลิตเหล็กที่มีมูลค่า
MILL กำลังจะเปลี่ยนไปเป็นผู้ผลิตเหล็กคุณภาพสูงผ่านทางบริษัทร่วมทุน 50:50 กับ Kobe Steel ที่มีชื่อว่า Kobelco Millcon Steel Co Ltd (KMS) โดย Kobe Steel จะสนับสนุน MILL ในด้านเทคโนโลยี และจะโอนฐานลูกค้าให้การผลิตเหล็กพิเศษนี้จะเริ่มทดสอบขึ้นในกลางปี 2560 เราประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมว่าบริษัทจะขาดทุน 100 ล้านบาทสำหรับธุรกิจ KMS ในปี 2560 (แต่ขาดทุนในไตรมาส 1/60 อยู่เพียงเล็กน้อย ดังนั้น KMS อาจทำกำไรได้ในปีนี้) หากมองไปข้างหน้า MILL ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดสส่วนรายได้จากการผลิตเหล็กพิเศษจาก 10% ในปี 2559 ไปเป็น 14% ในปีนี้ และให้ถึง 41% ในปี 2563 ซึ่งจะหนุนอัตรากำไรของบริษัท (อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับเหล็กในอุตสาหกรรมยานยนต์สูงกว่าเหล็กสำหรับการก่อสร้างประมาณ 3 เท่า)









