ราคาถูกและกำไรยังปรับตัวเพิ่มขึ้น
ประเด็นการลงทุน
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” TCAP เนื่องจากปัจจัยดังต่อไปนี้ 1) การเติบโตของกำไรที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2560 จากการฟื้นตัวของสินเชื่อสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์, 2) การบริหารความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นทำให้อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ลดลงเหลือ 2.2% ของสินเชื่อรวม ในไตรมาสแรก รวมทั้งอัตราสำรองพึงกันค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ
(LLR) อยู่ที่ 152% ของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ มากกว่าเป้าหมายทั้งปี ที่กำหนดไว้เพียง 130% และ 3) ราคาถูกและยังไม่สะท้อนแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้นโดย PBV ณ สิ้นปี 2560 อยู่ที่ 0.9 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.2 เท่า นอกจากนี้ยังมีอัพไซด์ จากการตั้งสำรองที่น้อยกว่าที่เราคาดการณ์ เนื่องจากสินทรัพย์คุณภาพที่ดีขึ้นและรวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัว
ของการบริโภคในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 ซึ่งหนุนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ให้โตกว่าที่เราคาดการณ์
แนวโน้มการฟื้นตัวของสินเชื่อในไตรมาส 2/60 จากธุรกิจรายย่อย
หลังจากการเติบโตของสินเชื่อรถยนต์ที่ 1.2% QoQ ในไตรมาส 1/60 เราสมมติฐานว่าการเติบโตของสินเชื่อ YoY จะอยู่ที่ 3% ณ ปี 2560 ( โดยเป้าหมายปี 2560 ของ TCAP อยู่ประมาณ 3-5%) จากประมาณการของเราเชื่อว่า สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งรถใหม่และรถมือสอง ( 51% จากการปล่อยสินเชื่อทั้งหมด) จะเติบโต 3% ในปีนี้ หลังจากยอดขายรถใหม่ใน
ไตรมาส 1/60 เติบโตก้าวกระโดด 16% YoY มาอยู่ที่ 2.1 แสนคัน ทั้งนี้เราเชื่อว่า TBANK (ธนาคารที่ถือหุ้นโดยกว่า 51% โดย TCAP) จะขยายธุรกิจปล่อยสินเชื่อบ้าน (16% ของพอร์ตโดยรวม) ที่ 5% ในปี 2560 ขณะที่การเติบโตของปล่อยสินเชื่อบรรษัทจะอยู่ที่ 2% ทั้งนี้สมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2560 ของเราอยู่ที่ 2.9% (โดยเป้าหมายของ TCAP ของประมาณ 2.9-3.0% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของไตรมาส 1/60 อยู่ที่ 3.1%) TBANK เน้นเพิ่มยอดบัญชีกระแสรายวันและออมทรัพย์ (ปกติเป็นแหล่งเงินทุนที่ถูกที่สุด) ให้ได้ถึง 50% ของเงินฝากทั้งหมดในปี 2560 (จาก 44% ณ สิ้นเดือน มี.ค.) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปีนี้
การตั้งสำรองเพื่อหนี้สูญคาดว่าจะลดลง....
TBANK สามารถเพิ่มเงินกันสำรองค่าเผื่อหนี้สูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 152% ณ สิ้นเดือน มี.ค. สูงกว่าเป้าหมายปี 2560 ที่ตั้งไว้เพียง 130% ทั้งนี้ในช่วงสิ้นเดือนมี.ค. อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อ อยู่ที่ 2.2% ซึ่งทำให้ธนาคารสามารถลดค่าใช้จ่ายการสำรองค่าเผื่อฯลงได้ ปัจจุบันเราคาดว่าการตั้งสำรองเพื่อหนี้สูญฯอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท; เป้าหมายของ TBANK อยู่ที่ 5.5 พันล้านบาท) โดยหากสินทรัพย์คุณภาพยังคงดีกว่าปีที่ผ่านมาจะส่งผลให้การตั้งสำรองฯธนาคารลดลงต่ำกว่าประมาณการของเรา และทำให้เราปรับเพิ่มกำไรของธนาคารขึ้นในกรณีดังกล่าว
แนวโน้มไตรมาส 2/60 ปรับตัวดีต่อเนื่อง...การขยายตัวสินเชื่อเช่าซื้อ
หลังจากการหดตัวของการปล่อยสินเชื่อหลังจากนโยบายรถคันแรกสิ้นสุดลง TBANK คาดว่าจะสามารถทำให้พอร์ตการปล่อยสินเชื่อรถยนต์กลับมาเติบโต เนื่องจากปัจจุบันยอดขายรถตยนต์ใหม่เริ่มกลับมาฟื้นตัว โดยเพิ่มขึ้น 16% YoY ในไตรมาส 1/60 ทั้งนี้บริษัท Toyota Motor (ประเทศไทย) คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2560 จะขยายตัว 4% YoY มาอยู่ที่ 8 แสนคัน ทั้งนี้เราคาดว่าอัตราต้นทุนต่อรายได้ของปี 2560 จะอยู่ที่ 52% ลดลงเล็กน้อยจาก 53% ณ ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ TCAP ยังคงมีสิทธิประโยนช์ทางภาษีคงเหลืออีก 6 พันล้านบาท เพื่อแปลงมาใช้ในการรักษาความสามารถในการทำกำไร และเพิ่มการลงทุนใหม่ๆในระบบข้อมูลสารสนเทศของธนาคาร ทั้งนี้ เรามองว่า TCAP จะรักษาเป้า ผลตอบแทนส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ณ สิ้นปี 2560 ที่ 10.7% ตามประมาณการของเรา โดยTCAP มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) ที่ 15.8% (เงินกองทุนขั้นที่ 1 ที่ 11.5%) สูงกว่าข้อกำหนดธนาคารแห่งประเทศไทยที่ให้ธนาคารดำรง CAR ขั้นต่ำที่ 9.75% อยู่มาก ทำให้ธนาคารสามารถรักษาการดำเนินงานต่อเนื่องในช่วง 2517-2519 โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนดังกล่าว







