ติวเข้ม "ธุรกิจเพื่อสังคม" ตลาดหลักทรัพน์หวังสร้างการเติบโตยั่งยืน
กระแสของโลกเริ่มกลับมาให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หลังต้องเผชิญกับภาวะปัญหาโลกร้อน และเหตุภัยพิบัติต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคธุรกิจจากเดิมที่ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ต้องหันมาตระหนักและให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งในประเทศไทยภาคเอกชนก็มีการตื่นตัวเช่นกัน
การทำกิจกรรมเพื่อสังคมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะพบว่าภาคเอกชนส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นการทำกิจกรรมในรูปแบบเดิมๆ เช่นการปลูกป่า การเก็บขยะ หรือโครงการอื่นๆ ซึ่งในหลายครั้งถูกตั้งคำถามว่าโครงการพวกนั้นเป็นผลดีแต่ในระยะสั้น แต่จะมีความยั่งยืนได้เพียงใด และจะเป็นประโยชน์จริงหรือไม่
ทำให้ภาคตลาดทุนเริ่มตระหนักถึงการทำกิจกรรมเพื่อสังคมต้องเน้นการสร้างความยั่งยืนมากขึ้น โดยในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เริ่มผลักดันให้การทำธุรกิจเพื่อสังคมเข้าไปอยู่ในแผนของบริษัท อาทิ ซีจี โค้ด
ในด้านตลาดหลักทรัพย์ ก็มีการปรับแผนการทำงานเช่นกัน โดยร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ และสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ (maiA) มุ่งหวังจะให้ภาคธุรกิจที่มีความเข้มแข็งอยู่ในระดับหนึ่ง อย่างบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ เป็นพี่เลี้ยงให้กับกิจการเพื่อสังคม ผ่านโครงการ SET Social Impact Gym by mai Executivesโดยนอกจากจะได้รับคำแนะนำของผู้ประสบความสำเร็จแล้ว ผู้ชนะยังมีโอกาสได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสมาคม เอ็มเอไอเอ ด้วย
โดยโครงการดังกล่าวต้องการให้มีการเชื่อมโยงระหว่างภาคสังคมและภาคธุรกิจให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยน โดยให้บริษัทจดทะเบียนในเอ็มเอไอ เป็นพี่เลี้ยงให้กับธุรกิจเพื่อสังคม โดยได้รับความร่วมมือจาก 13 ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในเอ็มเอไอเข้ามาเป็นวิทยากร อาทิ นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี จำกัด (มหาชน)FPI นายนิธาน ชัยเนตร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและเลขานุการ บริษัทจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) GCAP นายวันชัย เหลืองวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) AKP นายวิจิตร เตชะเกษม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) FVC นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวีไดเร็ค จำกัด (มหาชน) TVD นาย วัฒนา ชัยวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลดีซี เด็นทัล จำกัด (มหาชน) LDC เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคม
ส่วนธุรกิจเพื่อสังคมที่เข้าร่วมโครงการครั้งนี้ อาทิ โครงการ HAPPPY Farmet แพลตฟอร์มซื้อ - ขาย สินค้าเกษตรอินทรีย์ - แปรรูป และอนุรักษ์พันธ์ข้าว Green Style สินค้าและบริการเพื่อการจัดซื้อสีเขียว Plant D แพลตฟอร์มซื้อ - ขาย ผัก อินทรีย์ และส่งเสริมผู้สูงอายุให้มีรายได้จากการปลูกผัก Folk Rice แพลตฟอร์มซื้อขาย สินค้าเกษตรอินทรีย์ และอนุรักษ์พันธุ์ข้าว
เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำกิจกรรมเพื่อสังคม ตลาดหลักทรัพย์ได้ทำมาตลอด และเริ่มโครงการ SET Social Impact ดิจิตอลแพลตฟอร์ม ในปี 2559 โดยเราคาดหวังว่าจะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงความร่วมมือภาคธุรกิจและภาคสังคมให้มาพบกัน และแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ให้สามารถทำธุรกิจได้ยั่งยืนมากขึ้น
ซึ่งในปีนี้เราต้องการให้โครงการมีความรูปธรรมมากขึ้น โดยใช้กิจกรรมนี้มาสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแล้วอย่างในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ทั้ง 13 คน เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เป็นโค้ชกับภาคธุรกิจทั้ง 13 ราย เพื่อให้ภาคธุรกิจและสังคมเติบโตไปด้วยกัน
นพเก้า สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้จัดการหัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาเพื่อสังคม และสื่อสารองค์กรตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือนในครั้งนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ ทั้ง 13 บริษัทที่เข้ามาให้ความรู้ในด้านการทำธุรกิจกับบริษัทที่ทำธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งผู้บริหารทุกท่านมีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ในการทำธุรกิจได้รับทราบ
ทั้งนี้ในด้านการตอบรับของ 13 บริษัททีทำธุรกิจเพื่อสังคมนั้นค่อนข้างมีการตื่นตัวที่ดี ซึ่งจุดมุ่งหมายของตลาดหลักทรัพย์คือต้องการให้ภาคธุรกิจนั้นอยู่รอด
ด้าน ชาญกฤช เดชวิทักษ์ นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (maiA) เปิดเผยว่า สมาชิกของสมาคมเอ็มเอไอทั้งสิ้น 139 บริษัท เห็นประโยชน์สำคัญของการทำธุรกิจเพื่อสังคม และเห็นชอบเราควรจะให้การสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยจะเป็นการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจให้บริษัทขนาดเล็กได้รับทราบ
“ที่ผ่านการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอาจจะเห็นว่าต่างคนต่างทำ ซึ่งในครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สมาคมเอ็มเอไอเอ ได้ร่วมกันเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจต่างๆ ซึ่งสมาชิกสมาคมมีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ให้ผู้ที่ร่วมโครงการรับทราบ โดยไม่จำเป็นต้องไปเจอปัญหาต่างๆ ด้วยตัวเอง แต่เอาประสบการณ์จากพวกเราเข้าไปช่วยสอน”
อย่างไรก็ตามในการเข้าอบรมนั้นสิ่งที่สมาคมต้องการคือให้ภาคธุรกิจตั้งใจที่จะเรียนรู้และรับประสบการณ์จากผู้บริหารทั้งหมด เพื่อให้สามารถต่อยอดธุรกิจได้ ทั้งนี้ สมาคมจะคัดเลือกผู้ชนะ 1 ราย โดยจะได้รับการเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทโดยในนามของสมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ เพื่อสนับสนุนการเติบโตในระยะถัดไปด้วย









