วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘สยามแอ็ทสยาม’เล็งสยายปีกต่างประเทศ

สยาม แอ็ท สยาม  เล็งขยายลงทุนตลาดต่างประเทศ กรุยทางสร้างแบรนด์ภูมิภาคภายใน 10 ปี   

นางสาวประธานพร พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม แอ็ท สยาม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทสนใจขยายเชนโรงแรมในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสการเติบโตทางธุรกิจ ผลักดันโรงแรม สยาม แอ็ท สยาม ก้าวสู่แบรนด์แห่งภูมิภาค  โดยมีความสนใจตลาดกัมพูชา ซึ่งนักลงทุนต่างชาติสามารถซื้อและเป็นเจ้าของที่ดินในกัมพูชาได้ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกเปิดตลาดประเทศใดเป็นแห่งแรก 

สำหรับประเทศไทยมีแผนลงทุนต่อเนื่องแห่งที่ 3 มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นโรงแรมสยาม แอ็ท สยาม หรือใช้แบรนด์อื่น ระดับ 5 ดาว 

ขณะที่ โรงแรมสยาม แอ็ท สยาม กรุงเทพฯ เปิดบริการกว่า 10 ปี ได้ใช้งบกว่า 150 ล้านบาท ปรับปรุงครั้งใหญ่ทยอยดำเนินการตั้งแต่ปีก่อน โดยปรับดีไซน์ห้องพัก 202 ห้อง ให้ทันสมัย มีสีสันสดใสเพิ่มฟังก์ชันการบริการ  รวมถึงเปลี่ยนพื้นที่สปาชั้น 10 ให้เป็น เฮอริเทจฟลอร์ ด้วยคาแรคเตอร์ผสมผสานสไตล์โคโลเนียลแบบไทยกับห้องพักเอ็กซ์คลูซีฟ 19 ห้อง

นอกจากนี้ ยังตกแต่งและสร้างมูลค่าเพิ่มโซนมายคลับรองรับผู้ใช้บริการบิสซิเนสมากขึ้น เจาะกลุ่มลูกค้าคอร์ปอเรท และลูกค้าที่ต้องการจัดงานสังสรรค์งานเลี้ยงต่างๆ เพิ่มเมนูพิเศษรองรับกลุ่มลูกค้าผู้ใช้บริการโซนมายคลับ ปรับฟังก์ชันห้องใหญ่ขึ้น ความจุผู้ใช้งาน 250-300 คน  

นอกจากนี้ ได้นำเสนอบริการครีเอทีฟเวดดิ้ง หรืองานแต่งงาน ด้วยบริการดีไซเนอร์อีเวนท์ สำหรับราคาแพ็คเกจจัดครีเอทีฟและบริการอาหารในงานแต่งงานขั้นต่ำอยู่ที่ 5 แสนบาทต่องาน รองรับแขกเข้าร่วมงาน 100-150 คน  ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จากบริการจัดงานแต่งเพิ่มขึ้น 150% หรือเฉลี่ยจัดงานไตรมาสละ 5 คู่ 

ทางด้านภาพรวมอัตราการเข้าพักแต่ละโรงแรมในเครือช่วงไตรมาสแรกภายหลังจากการปรับปรุงโรงแรม พบว่ามีอัตราเฉลี่ย 73-75%  โดย สยาม แอ็ท สยาม กรุงเทพฯ อยู่ที่ 78% สยาม แอ็ท สยาม พัทยา 90% 

“โรงแรมในกรุงเทพฯ มีลูกค้าต่างชาติเข้าพักสัดส่วนสูง 92% ส่วนใหญ่มาจากออสเตรเลีย เยอรมนี ยุโรป จีน อีก 8% เป็นลูกค้าชาวไทย ส่วนโรงแรมที่พัทยา ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเอเชีย เช่น เกาหลี ไทย จีน”

สำหรับราคาห้องพักปกติเฉลี่ย 3,500 บาทต่อคืน ห้องสวีท 30,000 บาทต่อคืน  ปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมโรงแรมในเครือ 662 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากโรงแรมในกรุงเทพฯ 350 ล้านบาท คาดเติบโต 5% พัทยา 312 ล้านบาท  หรือแบ่งสัดส่วนรายได้จากห้องพัก 55% เครื่องดื่มและอาหาร 45%  ปีหน้าคาดสัดส่วนจะใกล้เคียงกัน  ปัจจุบันโรงแรมมีรายได้ผ่านการจองห้องพักแบบออนไลน์ (OTA)  ในกรุงเทพฯ 35% พัทยา 70% 

นางสาวประธานพร กล่าวถึงภาพรวมตลาดโรงแรมในไทยว่า ยังมีดีมานด์อีกมากแม้ว่าซัพพลายโรงแรมจะเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว แต่ตามไม่ทันดีมานด์ โดยปีก่อนพบว่าดีมานด์โรงแรมเติบโต 5% แต่ซัพพลายเพิ่มขึ้นไม่ถึง 2% 

“เศรษฐกิจโลกโดยรวมค่อนข้างชะลอตัว ทำให้คนนิยมเที่ยวภายในภูมิภาค หรือเดินทางในระยะทางสั้นมากขึ้น ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง”