'เอกนัฏ' มั่นใจเลือกตั้งหน้าประวัติศาสตร์ภท. ชู 'ความฝัน-ความหวัง' เป็นจริง

'เอกนัฏ' มั่นใจเลือกตั้งหน้าประวัติศาสตร์ภท. ชู  'ความฝัน-ความหวัง' เป็นจริง

“เอกนัฏ” ยกเลือกตั้งเที่ยวนี้ หน้าประวัติศาสตร์ของภท. เปิดดรีมทีมให้มืออาชีพคนนอก พูดแล้วทำพลัส ให้ “ความฝัน-ความหวัง” เป็นจริง

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม. พรรคภูมิใจไทย ได้มีการพูดเปิดใจถึงเหตุผลของการตัดสินใจมาทำงานกับพรรค และทำไมประชาชนถึงต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยในการเลืองตั้งครั้งนี้ว่า ถ้าเป็น5-10ปีก่อน คงไม่เข้ามาพรรคภูมิใจไทย แต่มาวันนี้เมื่อตัดสินใจแล้วมาเข้ากับพรรคภูมิใจไทย ก็มาทำงานให้ทุ่มเททั้งกายใจ เพราะคิดว่าพรรคภูมิใจไทยมีพัฒนาการไม่เหมือนเดิม ที่หลายคนเคยพูดว่าเป็นศูนย์รวมของบ้านใหญ่เท่านั้น

ซึ่งมองว่าไม่ใช่ แต่เห็นว่าท่านนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล เปิดกว้างให้คนเข้ามาทำงาน อย่างเช่น ท่านศุภจี สุธรรมพันธุ์ ท่านเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และท่านสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน นี่คือการเมืองที่เราต้องการ นี่คืออนาคตที่ผมต้องการให้เกิดขึ้นกับประเทศ คือการเมืองที่เปิดกว้างให้มืออาชีพเข้ามาทำงาน เพราะปัญหาของประเทศไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองที่จะเข้ามาช่วยกันทำ แต่ปัญหาของประเทศเป็นเรื่องใหญ่ที่นักการเมืองต้องชวนคนที่อยู่นอกวงการมาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ แบบที่ท่านนายกฯ อนุทินทำ

“เที่ยวนี้พรรคภูมิใจไทย เหนือความคาดหมาย ไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ที่จะมีพรรคการเมือง ก่อนเลือกตั้งประกาศชัดเจนว่าถ้าเข้ามาฟอร์มรัฐบาลจะมอบตำแหน่งสำคัญ รองนายกฯ 3 คนควบกับกระทรวงที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ ให้กับคนนอก ให้กับมืออาชีพมาทำ และเปิดเผยเลย ไม่มีจริงใจมากกว่านี้อีกแล้ว แล้วเป็น 3 คนที่ทำงานเห็นผลงานแล้ว คนพอใจ คนเชื่อมือ ถือเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ผมเห็นว่าเป็นพัฒนาการของพรรคภูมิใจไทย” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่พิสูจน์ให้เห็นมาตลอดเวลาคือการพูดแล้วทำ ตั้งแต่พรรคภูมิใจไทยตั้งมา 10 กว่าปีก็พิสูจน์ให้เห็นว่าพูดอะไรแล้วทำจริง วันนี้ตนมีแนวคิดเป็นแบบนั้นเหมือนกัน เพราะเบื่อทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง นักการเมืองก็มักจะหลอกให้คนฝัน หลอกให้คนมีความหวัง สามารถพูด สามารถโฆษณา สามารถประกาศว่าจะทำได้ทุกเรื่อง แต่เมื่อไหร่จะมีนักการเมืองที่เข้ามาขายฝันและในที่สุดความฝันนั้นจะเป็นความจริง ตนก็มีความหวังเหมือนกัน และตั้งใจว่าครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยจะเป็นพรรคที่ทำให้ความฝัน กับความหวังของคนที่ถูกให้คำมั่นสัญญาจากพรรคการเมืองเป็นความจริงให้ได้