วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (3 พ.ค.60)

ราคาน้ำมันดิบร่วงกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ หลังกำลังการผลิตในสหรัฐ แคนาดา และลิเบียปรับตัวเพิ่มขึ้น

- ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงกว่าร้อยละ 2 โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาด ณ ระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 เดือน หลังรอยเตอร์เผยว่า กำลังการผลิตน้ำมันดิบของประเทศสหรัฐ แคนาดา และลิเบียได้ปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กำลังการผลิตในลิเบียได้ปรับเพิ่มขึ้นสู่ 760,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2557

- นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากผลสำรวจของรอยเตอร์ที่เปิดเผยว่า อัตราความร่วมมือในการลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตน้ำมันดิบกลุ่มโอเปคในเดือน เม.ย. ปรับลดลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการตัดสินใจลดกำลังการผลิตในเดือน พ.ย. 2559 โดยอยู่ที่ร้อยละ 90 เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. ที่อยู่ที่ร้อยละ 92

+/- อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของทิศทางการซื้อขายปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยหลังตลาดปิดทำการวานนี้ หลังสถาบันปิโตรเลียมสหรัฐ (API) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวลดลง 4.2 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ 528.3 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับลดเพียง 2.3 ล้านบาร์เรล และปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ปรับลง 215,000 บาร์เรล

+ ตลาดยังคงจับตามองการประชุมหารือของผู้ผลิตน้ำมันดิบ ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มโอเปค รัสซีย และประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ที่จะถึงในวันที่ 25 พ.ค. 2560 นี้ ว่าจะมีข้อตกลงเพื่อขยายระยะเวลาการลดกำลังผลิตน้ำมันดิบออกไปถึงสิ้นปีหรือไม่ ทั้งนี้ ตลาดคาดการณ์ว่าผลการประชุมจะออกมาในทิศทางที่เป็นบวกต่อราคาน้ำมันดิบ


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงกดดันจากตลาดน้ำมันเบนซิน U.S. RBOB ที่อ่อนตัวลง อย่างไรก็ตาม การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในช่วงเดือน พ.ค. ถึง มิ.ย. ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยสนับสนุนราคาน้ำมันเบนซินในช่วงนี้

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ จากการส่งออกน้ำมันดีเซลของประเทศจีนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ อุปทานน้ำมันดีเซลส่วนเกินในภูมิภาคเอเชียยังคงไม่สามารถระบายไปยังทวีปยุโรปได้ เนื่องจากขาดความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์


ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 47-52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังโรงกลั่นเพิ่มกำลังการกลั่นอย่างต่อเนื่องมาแตะระดับร้อยละ 94.1 หลังโรงกลั่นในสหรัฐ กลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง และเร่งผลิตเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 เม.ย. ปรับลดลงราว 3.6 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 528.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ 3 สัปดาห์ติดต่อกัน

- ติดตามความเป็นไปได้ที่จะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค โดยเฉพาะรัสเซียที่ยังมีทีท่าไม่ชัดเจน หลังนาย Alexander Novak รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัสเซีย ยังไม่มีความเห็นว่าควรจะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตหรือไม่ แต่จะหารือกับผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 24 พ.ค. นี้ ก่อนที่จะมีการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคเพื่อที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตในวันที่ 25 พ.ค. 2560 นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังเผยอีกว่า รัสเซียอาจเพิ่มกำลังการผลิตสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี หากไม่มีการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิต

- ตลาดยังคงกังวลกับความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐ ที่อาจน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังล่าสุด EIA รายงานปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นราว 3.4 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงราว 1 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐ ณ ปัจจุบันยืนอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับในปี 2559 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน

---------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

         โทร.02-797-2999