ราคาน้ำมันดิบคาดจะปรับเพิ่มเล็กน้อย จากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐที่ปรับลดลง
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 50-55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ( 1 - 5 พ.ค. 60)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับลดลง หลังกำลังการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการน้ำมันในช่วงฤดูกาลขับขี่ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงกังวลกับความไม่แน่นอนในเรื่องของการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก และ ความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ที่อาจน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงฤดูกาลขับขี่ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ตามจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลง หลังโรงกลั่นเพิ่มกำลังการกลั่นอย่างต่อเนื่องมาแตะระดับร้อยละ 94.1 หลังโรงกลั่นในสหรัฐฯ กลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง และเร่งผลิตเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 เม.ย. ปรับลดลงราว 3.6 ล้านบาร์เรล เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 528.7 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงของปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ 3 สัปดาห์ติดต่อกัน
- ติดตามความเป็นไปได้ที่จะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก โดยเฉพาะรัสเซียที่ยังมีทีท่าไม่ชัดเจน หลังนาย Alexander Novak รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัสเซีย ยังไม่มีความเห็นว่าควรจะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตหรือไม่ แต่จะหารือกับผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเรื่องดังกล่าวในวันที่ 24 พ.ค. นี้ ก่อนที่จะมีการประชุมระหว่างผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกเพื่อที่จะตัดสินใจเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตในวันที่ 25 พ.ค. 2560 นอกจากนี้ รัสเซียอาจเพิ่มกำลังการผลิตสู่ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี หากไม่มีการขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิต
- ตลาดยังคงกังวลกับความต้องการใช้น้ำมันเบนซินในช่วงฤดูกาลขับขี่ของสหรัฐฯ ที่อาจน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังล่าสุด EIA รายงานปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นราว 3.4 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลงราว 1 ล้านบาร์เรล ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ ณ ปัจจุบันยืนอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับในปี 2559 ณ ช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งจัดเป็นระดับที่สูงสุดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนๆ
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น โดยล่าสุด EIA รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 12 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับ 9.27 ล้านบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 697 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 เมย. 2558 นอกจากนี้ ตลาดยังกังวลกับปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดค้าปลีกยูโรโซน การจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ อัตราการว่างงานสหรัฐฯ และยูโรโซน และ ดัชนีภาคการผลิตและการบริการจีน
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (24 - 28 เมย. 60)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 49.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 1.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 51.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ หลังอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2558 อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลกับการขยายระยะเวลาการปรับลดปริมาณการผลิตที่อาจเป็นไปได้ยากขึ้น หลังรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศนอกกลุ่มโอเปค ยังมีทีท่าคลุมเครือกับการร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560







