จับไต๋.. กลโกงแชร์ลูกโซ่ อย่าให้ "ผลตอบแทน" บังตา
ข่าวการหลอกลวงในลักษณะ “แชร์ลูกโซ่” มีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเดือนเม.ย.นี้มีเคสใหญ่ๆ ไม่น้อยกว่า 3 เคส ทั้งกรณีของ “ซินแซโชกุน” ที่ตั้งบริษัท เวลท์เอฟเวอร์ จำกัด หลอกลวงประชาชนให้ซื้อสินค้าประเภทอาหารเสริม เพื่อแลกกับโปรโมชั่นทัวร์เดินทางไปญี่ปุ่นราคาถูก โดยมีผู้เสียหายหลายพันคน ประเมินกันว่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาท
ถัดมาไม่กี่วันปรากฏข่าว แพทย์หญิงโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง ร่วมกับแฟนหนุ่มเปิดบริษัททัวร์ชื่อ บริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด แล้วไปหลอกลวงเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งประชาชนทั่วไปให้มาร่วมลงทุนในบริษัททัวร์และจองโรงแรมผ่านบริษัทดังกล่าว โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนราว 6-18% ต่อเดือน จนมีผู้เสียหายเกือบ 40 คน มูลค่าความเสียหายกว่า 64 ล้านบาท
ผ่านไปอีกเพียงแค่สัปดาห์เศษๆ ก็ปรากฏข่าว การฟ้องร้อง นายสวัสดิ์ แสงบางปลา ซึ่งมีดีกรีในระดับ “ดอกเตอร์” แถมยังเป็น อดีตประธานกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฐานฉ้อโกง ด้วยการหลอกลวงเพื่อนอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ให้นำเงินไปร่วมลงทุนใน “สหกรณ์ลอตเตอรี่” ที่ตัวเองตั้งขึ้นมา โดยอ้างว่า จะจ่ายเงินปันผลให้ผู้ร่วมลงทุน 1% ต่อเดือน จนมีผู้หลงเชื่อและได้รับความเสียหายกว่า 160 คน มูลค่าความเสียหายสูงถึง 1,400 ล้านบาท
จะเห็นว่าทั้ง 3 เคสที่กล่าวมา ผู้เสียหายไม่ได้มีแค่ประชาชนคนธรรมดาเท่านั้น เพราะในจำนวนนี้มีทั้ง “หมอ” และ “อาจารย์” รวมอยู่ด้วย โดยคนกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีความรู้ แต่ยังตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมทางการเงิน
หากวิเคราะห์หาสาเหตุจากทั้ง 3 เคสนี้ จะเห็นว่า “กลยุทธ์” หลักที่ผู้หลอกลวงนำมาใช้ต้มตุ๋น คือ “ความน่าเชื่อถือ” เช่น กรณีของเคสซินแซโชกุน ซึ่งเป็นเพียงคนธรรมดาแต่สร้างสตอรี่จนทำให้คนอื่นเรียกว่า “อาจารย์”
ในขณะที่เคสของ “หมอ” และ “ดอกเตอร์” ก็อาศัยตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีในสังคม มาเสริมความน่าเชื่อถือ ทำให้ง่ายต่อการหลอกลวง ยิ่งการนำ “ผลตอบแทน” ที่ดีมาจูงใจด้วยแล้ว ทุกอย่างจึงถูกบังตาไปหมด
วิธีดูว่าธุรกิจที่มีคนชักชวนให้ไปลงทุนนั้น เป็น “แชร์ลูกโซ่” หรือเข้าข่ายว่าจะถูก “หลอกลวง” หรือไม่ มีคำแนะนำเบื้องต้นจาก ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
โดย ศคง. ระบุว่า แชร์ลูกโซ่บางครั้งจะแอบแฝงมากับธุรกิจขายตรง ซึ่งมิจฉาชีพจะโฆษณาชวนเชื่อให้เหยื่อทำธุรกิจขายตรงที่มีผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง โดยที่เหยื่อไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่ชักชวนเพื่อนหรือญาติพี่น้องให้ร่วมทำธุรกิจ
เมื่อเหยื่อเริ่มสนใจ จะให้เหยื่อเข้าร่วมฟังสัมมนาและจ่ายค่าสมัครสมาชิก หรือซื้อสินค้าแรกเข้าในมูลค่าที่ค่อนข้างสูง (สินค้าส่วนมากมักไม่มีคุณภาพ) หรืออาจให้เหยื่อซื้อหุ้นหรือหน่วยลงทุนโดยไม่ต้องรับสินค้าไปขาย แล้วก็รอรับเงินปันผลได้เลย ปัจจุบันยังมีการโฆษณาชักชวนผู้ลงทุนผ่านอินเทอร์เน็ตอีกด้วย
ข้อสังเกตง่ายๆ คือ แชร์ลูกโซ่ในคราบธุรกิจขายตรงจะไม่เน้นการขายสินค้า การสาธิตสินค้า หรือทำให้สมาชิกเข้าใจในตัวสินค้า แต่จะเน้นการหาสมาชิกใหม่เพราะค่าสมัครสมาชิก/ค่าซื้อสินค้าแรกเข้า/ค่าหุ้นหรือหน่วยลงทุนจะถูกนำมาจ่ายเป็นผลตอบแทนให้กับสมาชิกเก่า แต่หากไม่สามารถหาสมาชิกใหม่ได้ ก็จะไม่สามารถจ่ายผลตอบแทนให้แก่สมาชิกเก่าได้
วิธีป้องกันกลโกงจากแชร์ลูกโซ่ ศคง. ระบุว่า
- ต้องไม่โลภไปกับผลตอบแทนมูลค่าสูงที่มิจฉาชีพนำมาล่อเพื่อเร่งการตัดสินใจ
- อย่าไว้ใจหรือเกรงใจจนไม่กล้าปฏิเสธเมื่อคนชวนทำธุรกิจที่มีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่
- ศึกษาที่มาที่ไปของการลงทุนหรือสินค้าให้ดีก่อนการลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจหรือสินค้าที่ให้ผลตอบแทนสูงมากในเวลาอันสั้น หรือมีราคาถูกผิดปกติ
- หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมกิจกรรมกับกลุ่มธุรกิจที่ไม่แน่ใจ เพราะอาจถูกหว่านล้อมให้ร่วมลงทุนในธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และควรติดตามข่าวสารกลโกงอย่างต่อเนื่อง
กรณีที่ตกเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ ควรรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แล้วติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ที่ ส่วนป้องปรามการเงินนอกระบบ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม 6 สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ โทร. 1359








