ราคาไก่ฟื้นตัวเด้งแรง
ประเด็นการลงทุน
การปรับเพิ่มขึ้นของราคาไก่มีชีวิตในประเทศในเดือนเม.ย. รวมถึงภาวะที่ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ และปริมาณยอดส่งออกไก่ที่ยังคงเติบโตแข็งแกร่งตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกไปจนถึงครึ่งหลังของปี 2560 ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่จะผลักดันกำไรปี 2560 และกระตุ้นให้ราคาหุ้น GFPT ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้อัพไซด์ยังจะมาจากราคาไก่เป็นในประเทศที่
เพิ่มขึ้นสูงเกิน 40 บาทต่อกก. หุ้น GFPT ยังคงเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบมากที่สุดในกลุ่มของผู้ประกอบการที่ทำปศุสัตว์ เนื่องจากกำไรปี 2560 ที่ยังคงเติบโตในเกณฑ์ดี และราคาหุ้น ณ ปัจจุบันที่ยังคงถูก โดยซื้อขายที่อัตราส่วน PER ปี 2560 ที่ 11.6 เท่า การพลิกกลับมาเพิ่มขึ้นของราคาไก่ในประเทศภายใต้ภาวะวงจรขาขึ้นของราคาไก่จะเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรา
การเติบโตของกำไรในปี 2560 ให้ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อราคาไก่มีชีวิตในประเทศแตะ 42 บาทต่อกก. 44 บาทต่อกก. และ 46 บาทต่อกก. ภายในปี 2557 อัตราส่วน PER ของ GFPT ปรับตัวเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 14 เท่า 18 เท่า และ 22 เท่า ตามลำดับ
ราคาไก่มีชีวิตและราคาลูกเจี๊ยบกลับมาฟื้นตัวแรงในเดือนเม.ย.
ราคาไก่มีชีวิตในประเทศหน้าโรงเชือดในกทม. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8% จาก 37 บาทต่อกก.ในช่วงต้นเดือนเม.ย. มาอยู่ที่ 40 บาทต่อกก. (ในช่วงวันที่ 20- 4 เม.ย.) ในขณะที่ราคาไก่มีชีวิตในจังหวัดนครปฐมและชลบุรีปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกันจาก 38.5-39 บาท/กก.ในช่วงต้นเดือนเม.ย. มาอยู่ที่ 42- 42.5 บาท/กก. ณ วันที่ 24 เม.ย. นอกจากนี้ราคาลูกเจี๊ยบก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่นกันจาก 15.25 บาทต่อตัวในช่วงต้นเดือนเม.ย. มาอยู่ที่ 17.25 บาทต่อตัว (ในช่วงวันที่ 10-23 เม.ย.) และ 18.25 บาทต่อตัว (ณ วันที่ 24 เม.ย.) หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 20% ภายในหนึ่งเดือน
อุปทานที่ตึงตัวมากขึ้นจะส่งผลให้ราคาไก่ยังคงยืนในระดับสูง
เราเชื่อว่าราคาไก่ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากอุปทานที่ตึงตัวมากขึ้นจากการเกิดโรคระบาดในไก่จากสภาพอากาศที่ร้อนมาก ส่งผลให้อุปทานไก่เกิดความเสียหาย และอุปทานที่ลดลงเนื่องจากการระบาดของโรคไข้หวัดนกในช่วงก่อนหน้าในประเทศญี่ปุ่น มาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ในช่วงไตรมาส 1/60 การระบาดของโรคไข้หวัดนกในต่างประเทศส่งผลให้
อุปทานไก่ในตลาดโลกตึงตัว และส่งผลให้ราคาไก่ในประเทศปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากอุปทานในประเทศส่วนใหญ่ผลิตเพื่อการส่งออก ปริมาณยอดส่งออกไก่ของไทยคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบทางบวกในแง่ของปริมาณยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 จากกรณีข่าวอื้อฉาวเมื่อเร็วๆ นี้เกี่ยวกับเนื้อสัตว์หมดอายุของประเทศบราซิล
ปริมาณยอดส่งออกไก่ของ GFPT เติบโตแรงในช่วงครึ่งแรกของปี 2560
เราคาดปริมาณยอดส่งออกไก่ของ GFPT ในไตรมาส 1/60 ที่ 7,500 ตัน เพิ่มขึ้น 39% YoY แต่ลดลง 18% QoQ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 47% YoY และ 13% QoQ ไปอยู่ที่ 8,500 ตันในไตรมาส 2/60 หนุนโดยอุปสงค์ จากประเทศญี่ปุ่นและมาเลเซียที่เพิ่มขึ้น โดยในไตรมาส 1/60 GFPT ส่งออกไก่ไปยังประเทศญี่ปุ่นและมาเลเซียคิดเป็น 3,500-4,000 ตัน (เพิ่มขึ้น 70-90% YoY) และ 800-1,000 ตัน (เพิ่มขึ้น 100-150% YoY) ตามลำดับ และเนื่องจากราคาไก่มีชีวิตในประเทศเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 37 บาทต่อ
กก. เราจึงยังคงสมมติฐานราคาไก่มีชีวิตเฉลี่ยที่ 38 บาทต่อกก.ในปี 2560 เพิ่มขึ้น 4% จาก 36.4 บาทต่อกก. ในปี 2559 ทั้งนี้ต้นทุนการเลี้ยงไก่มีชีวิตของ GFPT ได้ลดลงอย่างมากไปอยู่ที่ 34-35 บาทต่อกก. ซึ่งคิดเป็นกำไรให้กับ GFPT เท่ากับ 5-6 บาทต่อกก. (ภายใต้สมมติฐานราคาไก่มีชีวิตที่ 40 บาทต่อกก. ราคาข้าวโพดที่ 8 บาทต่อกก. และราคากากถั่วเหลืองที่ 15.5 บาทต่อกก.) และ เราเชื่อว่ายังมีอัพไซด์ต่อประมาณการราคาขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศของ GFPT
ส่องกล้องไตรมาส 1/60 – กำไรเติบโตเลิศหรู YoY
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY แต่ลดลง 21% QoQ (ถือว่าเพิ่มขึ้นจากประมาณการครั้งก่อนของเราที่ 350 ล้านบาท) กำไรที่เพิ่มขึ้นแข็งแกร่ง YoY มาจากปริมาณยอดไก่ส่งออกที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ซึ่งกลบยอดขายอาหารสัตว์ที่ลดลงและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมซึ่งได้แก่ จีเอฟเอ็น ที่ลดลง ทั้งนี้เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 15.3% ในไตรมาส 1/60 (เทียบกับ 11.5% ในไตรมาส 1/59 และ 17.1% ในไตรมาส 4/59) และคาดยอดขายไตรมาส 1/60 ที่ 4.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY แต่ลดลง 9% QoQ เราคาดว่ามาร์จิ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ในประเทศที่เพิ่มขึ้น (ตามราคาไก่มีชีวิตที่เพิ่มขึ้น) และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง








