ผ่านพ้นไตรมาสที่แย่ที่สุด...เปิดรับการฟื้นตัวของกำไรในอนาคต
ประเด็นการลงทุน
ราคาหุ้น KCE ปรับตัวลดลงมากกว่า 30% ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาจากราคาทองแดงที่ปรับตัวสูงขึ้น (ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักของผลิตภัณฑ์ที่ผลิต) ประเด็นความกังวลในแง่ของการทำกำไรคาดจะส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้น แต่ในระยะยาวกำไรมีแนวโน้มเติบโตในรูปแบบ U-shape ซึ่งไตรมาส 1/60 เป็นจุดต่ำที่สุด ก่อนจะฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาส2/60 และจะกลับมาอย่างเต็มที่ในครึ่งหลังปี 2560 ซึ่งได้แรงหนุนจากราคาแผ่นทองแดง (copper foil) ที่ลดลง, มุมมองด้านค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลล่าร์, การขยายกำลังการผลิตและอุปสงค์ที่แข็งแกร่งสำหรับธุรกิจ PCBs ในยานยนต์
ตอนนี้ KCE เทรดอยู่ในระดับ PER ปี 2017 ที่ 15.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2558-59 ที่ 15.9 เท่า ซึ่งคิดเป็น PEG เพียง 0.73 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยของคู่แข่งในภูมิภาคที่ 0.99 เท่า จากมุมมองการฟื้นตัวในอนาคต (เริ่มต้นในไตรมาส 2/60) และมูลค่าที่น่าสนใจ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ
ไตรมาส1/60—ไตรมาสที่ต่ำสุดสำหรับปี
เราประมาณการกำไรหลักไตรมาส1/60 อยู่ที่ 715 ล้านบาท ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8% QoQ เราคาดการณ์ว่ากำไรหลักจะปรับตัวลดลง YoY เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ และราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้นซึ่งกลบผลกระทบจากการประหยัดต่อขนาดและประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานใหม่ของ KCE ที่ดีขึ้น ในขณะที่การปรับตัวที่ดีขึ้น QoQ ของกำไรเป็นไปตามฤดูกาล (โดยปกติไตรมาสสี่จะเป็นไตรมาสที่มีออร์เดอร์น้อยที่สุด) อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะถูกกดดันทั้ง YoY และ QoQ จากผลกระทบจากราคาแผ่นทองแดงที่สูงขึ้น
ไตรมาส 2/60—อัตรากำไรฟื้นตัวจากราคาแผ่นทองแดงที่ลดลง
ราคาเฉลี่ยทองแดง (spot copper price) อยู่ที่ 5,800 เหรียญสหรัฐต่อตันในไตรมาส1/60 เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยที่ 4,800 เหรียญสหรัฐต่อตันในปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามราคาทองแดงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาจะเป็นตัวผลักดันให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นในระยะกลาง ต้นทุนการผลิตแผ่นทองแดงปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 5,500 เหรียญสหรัฐต่อตันในไตรมาส4/59-1/60 เช่นกัน เทียบกับค่าเฉลี่ยที่ 2,000-2,500 เหรียญสหรัฐต่อตันในปี 2559 ซึ่งได้แรงหนุนจากประเด็นอุปสงค์การขยายตัวของแบตเตอร์รี่ลิเธียมที่ใช้ผลิตยานยนต์อิเล็คทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม เราได้ทำการตรวจสอบและพบว่าอุปสงค์ของแผ่นทองแดงสำหรับการผลิตแบตเตอร์รี่ลิเธียมคิดเป็นเพียง 6% ของกำลังการผลิตทองแดง ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าวเราคาดว่าราคาแผ่นทองแดงจะเริ่มปรับตัวลดลงในไตรมาส2/60 หลังจากตลาดเริ่มรับรู้และมีการสต๊อคสินค้าเสร็จสิ้น
ครึ่งปีหลัง 2017—คาดได้ปัจจัยหนุนค่าเงินบาท/ดอลล่าร์อ่อนตัว
ที่ผ่านมาราคาหุ้น KCE ยังถูกกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นราว 4-5% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ แต่เราคาดว่าค่าเงินบาทจะอ่อนตัวลงในครึ่งหลังปี 2560 ตามประเด็นธนาคารกลางสหรัฐปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เราประเมินว่า KCE จะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนตัว เนื่องจากเกือบ 90% ของรายได้เป็นเงินสกุลดอลล่าร์ นอกจากนี้ค่า PER ของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ยังมีค่า Correlation เชิงบวกต่อค่าเงินบาทที่อ่อนตัวเมื่อบเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ ดังนั้นเรามองว่าค่าเงินบาทที่คาดจะอ่อนตัวจะหนุนให้ราคาหุ้น KCE เทรดในระดับ PER ที่สูงขึ้นจากปัจจุบันได้







