วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘มิชลิน’เปิดช่องสำรวจสตรีทฟู้ดลงไกด์บุ้คอาหาร

มิชลิน เปิดโอกาสสำรวจสตรีทฟู้ดเท่าเทียมร้านหรู ประเดิมคู่มือแนะนำฉบับกรุงเทพฯ ปลายปีนี้ พร้อมพัฒนาระบบจองออนไลน์ร้านร่วมโครงการภายใต้แผน 5 ปี ททท.เชื่อมั่นยกมาตรฐานร้านอาหาร ดันใช้จ่ายนักท่องเที่ยวเพิ่ม 15-20%

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ “มิชลิน ไกด์” คู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พัก เพื่อออกคู่มือ "มิชลิน ไกด์" ฉบับกรุงเทพฯ พร้อมเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ เป็นที่ 6 ในเอเชีย และลำดับที่ 29 ของโลกที่ได้รับการสำรวจและจัดทำคู่มือโดยมิชลิน ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึง 118 ปี

โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ ททท. ดำเนินโครงการร่วมกับมิชลินเป็นระยะเวลา 5 ปี (2560-2564) ด้วยงบประมาณรวม 143.5 ล้านบาท และ ททท. ตั้งเป้าใช้โครงการนี้ สร้างแรงจูงใจการจับจ่ายด้านอาหาร ผลักดันค่าใช้จ่ายรวมนักท่องเที่ยวเติบโตราว 15-20%

ทั้งนี้ หลังจาก ครม.อนุมัติและเริ่มประชาสัมพันธ์โครงการไปแล้ว ทำให้มีการสอบถามจากนักท่องเที่ยวจากเอเชีย เช่น ฮ่องกง และจีน เข้ามาแล้ว เพราะเป็นแหล่งข้อมูลที่ทรงอิทธิพลระดับโลก ขณะเดียวกันวางเป้าหมายว่าโครงการนี้ จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนามาตรฐานร้านอาหารในกรุงเทพฯ และพื้นที่ต่างๆ ซึ่งจะตามมาในการสำรวจปีต่อไปภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวคิดที่รัฐบาลกำลังจะปรับปรุงและยกระดับของบริการอาหารในไทย โดยเฉพาะร้านอาหารริมทาง (สตรีทฟู้ด) ที่กรุงเทพมหานคร กำลังเตรียมการจัดระเบียบ และให้การยืนยันแล้วว่าจะไม่มีการห้ามหรือยกเลิกการขายโดยสิ้นเชิง เพราะถือเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของประเทศไปแล้ว

ด้านนายเสกสรรค์ ไตรอุโฆษ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท สยามมิชลิน จำกัด กล่าวว่า มิชลิน ไกด์ เป็นคู่มือที่เข้าถึงและมีผู้ติดตามทั่วโลก มียอดขายกว่า 15 ล้านเล่มในกว่า 90 ประเทศทั่วโลก มีร้านอาหารที่ได้รับการจัดอันดับดาวแล้วกว่า 1.94 หมื่นแห่งใน 28 ประเทศซึ่งเข้าร่วมโครงการที่ผ่านมา โดยนอกจากการเผยแพร่ในรูปแบบดิจิทัลแล้ว เริ่มมีการจัดทำแพลตฟอร์มออนไลน์บริการตรงถึงกลุ่มลูกค้า เพื่อให้จองโต๊ะร้านอาหารได้ทันทีในประเทศฝั่งยุโรปรวมถึงสิงคโปร์แล้ว ซึ่งในไทยคาดว่าจะมีการพัฒนาระบบในช่วงต่อไป ภายใต้ความร่วมมือระยะ 5 ปีต่อไปนี้

นอกจากนั้น ยืนยันว่าการเข้าสำรวจร้านอาหารครั้งนี้ จะให้โอกาสกับร้านอาหารทุกประเภทเท่าเทียมกัน ไม่จำกัดเฉพาะร้านอาหารหรูเท่านั้น แต่ร้านประเภทสตรีทฟู้ดก็มีโอกาสเข้ารับการสำรวจเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทยมีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมอาหารในทุกระดับ และที่ผ่านมาที่สิงคโปร์ก็มีร้านริมทางที่ได้รับมาตรฐานดาวจากมิชลินมาแล้ว ทว่าจำนวนจะเป็นอย่างไรนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับการสำรวจว่าจะมีร้านอาหารที่มิชลินกำหนดได้มากน้อยกี่ราย

"การทำงานของทีมผู้ตรวจสอบ จะไม่เลือกปฏิบัติเข้าไปสำรวจร้านอาหารบางแห่งเท่านั้น แต่ทุกร้านจะมีโอกาสได้รับการตรวจสอบเหมือนกัน รวมถึงร้านอาหารที่ผู้คนเข้าไปรับประทานกันในชีวิตประจำวันด้วย ผ่านการเข้าไปสำรวจแบบไม่เปิดเผยตัว รับประทานโดยไม่จดบันทึก และชำระค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองทั้งหมดเหมือนลูกค้าคนหนึ่ง ขณะเดียวกันได้ใช้วิธีการสำรวจความคิดเห็นจากอีเมลของผู้อ่านกว่า 4.5 หมื่นฉบับต่อปี เพื่อสอบถามความพึงพอใจด้วย นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่จัดให้มีทีมผู้ตรวจสอบที่เชี่ยวชาญอาหารไทยโดยเฉพาะ เพื่อให้สะท้อนถึงมาตรฐานและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการสำรวจในไทยด้วย"

ทั้งนี้ ผู้ตรวจสอบของมิชลินจะประเมินคุณภาพของร้านอาหารโดยใช้หลักเกณฑ์ 5 ประการที่กำหนดขึ้น ได้แก่ คุณภาพสินค้า, การจัดเตรียมและรสชาติ, ลักษณะเฉพาะตัวของเชฟที่สื่อผ่านอาหารที่ปรุง, ความคุ้มค่าสมราคา และความเสมอต้นเสมอปลายของคุณภาพและรสชาติอาหาร ซึ่งที่ผ่านมามิชลิน ไกด์ จะเน้นเรื่องการคงคุณภาพของร้านที่ได้รับเลือก ซึ่งทำให้ร้านที่ไม่สามารถรักษามาตรฐานที่กำหนดไว้ได้ มีโอกาสถูกถอดออกจากโครงการเช่นกัน

ด้านนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ยืนยันว่าหลังจากการหารือกับกรุงเทพมหานคร จะไม่มีการยกเลิกหรือห้ามจำหน่ายร้านอาหารริมทางแน่นอน และไม่มีการให้คงอยู่เฉพาะถนนสายสำคัญด้านการท่องเที่ยวด้วย แต่เหตุผลในการเข้ามาควบคุมร้านอาหารข้างทางครั้งนี้ เพื่อทำให้เกิดมาตรฐานด้านสุขอนามัย และจัดการให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่กีดขวางทางเท้าหรือการจราจรเท่านั้น