ความไม่แน่นอนในต่างประเทศกดดัน
คาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้ นักลงทุนทั่วโลกอยู่ในภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในวันอาทิตย์ที่จะถึง และหลังจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 8 มิ.ย. ก่อนกำหนดถึง 3 ปี แต่ข่าวดี คือ IMF ปรับประมาณการอัตราการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ขึ้น ภายในประเทศรัฐบาลดำเนินความพยายามต่อเนื่องในการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชน ล่าสุดออกมาตรการสินเชื่อช่วยเหลือเกษตรกรเพิ่ม ผ่อนคลายเงื่อนไขการเป็นเจ้าของบ้านในโครงการของรัฐและยอมให้ต่างชาติเช่าที่ดินในเขต EEC ได้ระยะเวลา 99 ปี
หุ้นเด่นวันนี้: TU (ราคาปิด 21.00 บาท; BUY; AWS TP 25.00 บาท)
เราคาด TU จะมีผลประกอบการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ แม้ผลประกอบการไตรมาส 1/60 เนื่องจากราคาวัตถุดิบปลาทูน่าปลาแซลมอนมีแนวโน้มราคาลดลงนับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป ดังนั้นเราคาดว่าอัตรากำไรของ TU จะดีขึ้นในปีนี้นับตั้งแต่ไตรมาส 2/60 แม้ว่าราคาปลาทูน่ายังมีราคาเฉลี่ยสูงถึง 1,633 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตันในไตรมาส 1/60 ยังเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ไม่น่าประทับใจคืออยู่ที่ 14.1% ใกล้เคียงกับ 14.0% ในไตรมาส 4/59 โดยราคาปลาทูน่าปรับตัวขึ้นไปเป็น 1,700 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2560 แต่ก็ปรับลดลงมาที่ 1,500 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ในเดือน มี.ค.60 เรายังคาดหวังว่าราคาปลาทูน่าจะอ่อนตัวต่อเนื่องและน่าจะยืนในระดับ 1,300-1,400 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ในช่วงไตรมาส 2/60-3/60 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการส่งออก ราคาปลาทูน่าที่อ่อนตัวลงถือเป็นผลบวกที่น่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ TU ดีขึ้น นอกจากนี้ คาดว่า TU จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวในปีนี้ของ Red Lobster ที่มีฐานธุรกิจในสหรัฐฯ จากการปันส่วนกำไรจากการถือหุ้น 25% และมีรายได้ดอกเบี้ยจากผลตอบแทนรายปี 8% สำหรับพันธบัตรของ Red Lobster มูลค่า 345 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่ TU ถือด้วยแม้เราคาดกำไรในไตรมาส 1/60 ของ TU ไม่สดใสมากที่ประมาณ 1.1 พันล้านบาท ลดลง 10% YoYแต่เพิ่มขึ้น 22% QoQแต่เชื่อว่าเป็นจุดต่ำสุดสำหรับผลประกอบการในปีนี้แล้ว เนื่องจากกำไรไตรมาส 1/60 ยังมีแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯและเงินอียู เราคาดการณ์กำไรปกติของ TU จะเพิ่มขึ้น 20% ในปีนี้และ 7% ในปี 2561 เราให้ราคาเป้าหมาย TU ที่ 25.00 บาท อิง PER ที่ 20 เท่า ราคานี้ยังมี Upside ราว 18% ช่วงตลาดหุ้นผันผวน TU เป็นหุ้น Defensive ที่น่าสนใจ มุมมองทางเทคนิค Price Pattern ของ TU ยังมีความแข็งแกร่งในแนวโน้มหลักที่เป็นแนวโน้มขาขึ้นจากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Buy Signal โดย Price Pattern ของ TU ยังอยู่ในช่วงของการปรับฐานระยะสั้น ซึ่งการปรับฐานระยะสั้นของ TU จะจบเมื่อเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ เมื่อสามารถปิดตลาดเหนือ 21.20 บาท โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่ 22.00 บาท (Resistance: 21.10, 21.30, 21.40; Support: 20.90, 20.80, 20.60)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• ธนาคารโลกคงการเติบโต GDP ไทยไว้ที่ 3.2%ในปีนี้และ 3.3% ในปี 61 การบริโภคยังคงสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างน่าจะช่วยดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชนด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี ธนาคารโลกยังคงมุมมองแบบระมัดระวังและคาดว่าไทยจะยังพบความท้าทายเรื่องผลิตภาพของประเทศ ซึ่งอาจจะจำกัดการเติบโตของเศรษฐกิจไว้ที่ 3.4% ในปี 62 (Bangkok Post)ความเห็น: เรายังมีมุมมองเชิงบวกกว่าและคาดว่าปี 60 ไทยจะเติบโตได้ 3.5% หนุนโดยการลงทุนภาครัฐ การใช้จ่ายและการฟื้นตัวของการส่งออก
• ผ่อนเกณฑ์บ้านประชารัฐ วานนี้ ครม.ได้เห็นชอบการผ่อนคลายเกณฑ์โครงการบ้านประชารัฐ ผู้เข้าร่วมโครงการจะเป็นคนที่เคยมีบ้านมาก่อนก็ได้ โดยปัจจุบันจะต้องไม่ได้เป็นเจ้าของบ้านแล้วถึงจะเข้าโครงการได้ ทั้งนี้จะไม่รวมราคาที่ดินและผู้เข้าร่วมกู้ได้วงเงินไม่เกิน 1.5 ล้านบาทเพื่อเป็นเงินทุนก่อสร้างบ้านตนเอง เกณฑ์ก่อนหน้านี้จะอนุญาตแค่ผู้ที่ไม่เคยมีบ้านมาก่อนเลยเท่านั้น แต่วงเงินกู้ 1.5 ล้านบาทคิดรวมค่าที่ดินและค่าก่อสร้าง (Bangkok Post)
• ครม. ไฟเขียว 1.5 พัน ลบ. ช่วยชาวนาจะพักชำระหนี้เงินต้นและลดดอกเบี้ยให้เหลือ 3% ต่อปี ให้สมาชิกสหกรณ์ 2.8 แสนรายซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่มีหนี้เงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท (โพสต์ทูเดย์)ความเห็น: รัฐบาลยังคงมีมาตรการมาช่วยเหลือภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่องซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังซื้อในต่างจัดหวัด อันเป็นบวกโดยเฉพาะสำหรับหมวดค้าปลีกเพราะมาตรการสนับสนึนทพให้คนสามารถใช้จ่ายได้มากขึ้น
• ผลักดันให้ต่างชาติเช่าที่อีอีซี 99 ปีรัฐบาลพยายามผลักดันให้ต่างชาติสามารถเช่าที่ดินรัฐในบริเวณระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก (อีอีซี) ได้ถึง 99 ปี ในเดือน พ.ค. คณะกรรมการอีอีซีจะลงพื้นที่ไปชี้แจงรายละเอียดและรับฟังความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับโครงการพัฒนาอีอีซีเพื่อลดแรงต้น (แนวหน้า)
• KTB (ราคาปิด 20.80 บาท; ถือ; ราคาเป้าหมายของ AWS ปี 60 22.00 บาท) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/60 ที่ 8.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% QoQและ 13.2% YoYการปรับตัวลงของการตั้งสำรองหนี้สูญเป็นสาเหตุหลักของการเติบโตของกำไรทั้ง QoQและ YoYขณะที่อัตราส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิ (Net interest margin) ยังอยู่ในระดับสูงที่ 3.42% เพิ่มขึ้นจาก 3.3% ในไตรมาส 4/59 และ 3.17% ในไตรมาส 1/59 หนุนโดยการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของธนาคาร นอกจากนี้ สินเชื่อในไตรมาสดังกล่าวขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.5% YTD หนุนโดยภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ (SET) ความเห็น: ผลประกอบการดังกล่าวเป็นไปตามประมาณการของเราและประมาณการเฉลี่ยบลูมเบิร์ก การขยายตัวเล็กน้อยของสินเชื่อนับเป็นสัญญาณการฟื้นตัวของสินเชื่อของธนาคารหลังจาก KTB เผชิญกับสินเชื่อที่หดตัวถึง 6.1% ในปี 59 เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 60 ที่ 3.51 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% YoY
ต่างประเทศ:
• IMF ปรับประมาณการการขยายตัวเศรษฐกิจโลกปี 2560 อยู่ที่ 3.5% จากเดิมที่ 3.4%แต่ยังคงประมาณการปี 2561 ไว้ตามเดิมที่ 3.6% (IMF)
• นายกรัฐมนตรีอังกฤษเรียกร้องให้จัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 8 มิ.ย.ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่จะจัดการเลือกตั้งในปี 2020 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เสียงส่วนใหญ่ในพรรคของเธอก่อนการเจรจาเพื่อออกจากยุโรปของอังกฤษและลดการขึ้นอยู่กับกลุ่มที่มีความเห็นสุดโต่ง ผลสำรวจความเห็นต่าง ๆ ที่ผ่านมา ล้วนสนับสนุนเธอและเศรษฐกิจอังกฤษที่ผ่านมาเติบโตตรงข้ามกับการคาดการณ์ว่าจะชะลอตัว หากการเรียกร้องดังกล่าวประสบผลสำเร็จ นางเทเรซา เมย์ จะมีโอกาสมากขึ้นในการเจรจาเพื่อถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป ลดความเสี่ยงที่จะล้มเหลวในการเจรจาและลดความวุ่นวายในการออกจากสหภาพยุโรป (Reuters)
• สหรัฐ: การดำเนินการทางทหารในเกาหลีเหนือเป็นหนทางสุดท้าย รัฐบาลทรัมป์เผยว่าการดำเนินการทางทหารยังคงเป็นตัวเลือกในการจัดการกับเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักของทรัมป์คือการลงโทษทางเศรษฐกิจมากกว่าเนื่องจากการดำเนินการทางทหารมีโอกาสจะทำให้เกิดการตอบโต้และจะทำให้มีผู้เสียชีวิตในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น อาจเป็นการคว่ำบาตรเรื่องน้ำมัน การแบนสายการบินของเกาหลีเหนือ การตัดเรือบรรทุกสินค้า และลงโทษธนาคารจีนที่ทำธุรกิจกับเกาหลีเหนือ อย่างไรก็ตาม ทางสหรัฐกล่าวว่าความร่วมมือมากขึ้นจากจีนเป็นเรื่องจำเป็น (Reuters)
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 5 เดือนเมื่อวันอังคาร เนื่องจากความวิตกกังวลก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรกในสุดสัปดาห์นี้และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังดำเนินต่อไปเพิ่มความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 2.177% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับแต่วันที่ 14 พ.ย. และลดลงจากที่ระดับ 2.252% เมื่อวันจันทร์ โดยได้ลดลงจากที่ระดับ 2.629% เมื่อวันที่ 14 มี.ค. (Reuters)
• ดอลลาร์สหรัฐร่วงลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์เทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ในตะกร้าเงินเมื่อวันอังคาร โดยได้รับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง ส่วนเงินปอนด์สเตอริงแข็งค่าหลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกอังกฤษเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วไปเร็วกว่ากำหนด ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวลง 0.45% สู่ระดับ 99.842 หลังจากแตะระดับต่ำสุดนับแต่วันที่ 29 มี.ค. ที่ระดับ 99.799 (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเมื่อวันอังคาร จากการเริ่มต้นของฤดูประกาศผลประกอบการที่ไม่ราบรื่นนักและความไม่แน่นอนทางภูมิศาสตร์การเมืองที่เพิ่มขึ้น โกลด์แมน แซคส์ และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันนำตลาดลงจากผลประกอบการรายไตรมาสที่น่าผิดหวัง สินทรัพย์ปลอดภัยยังคงเป็นที่นิยมก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ความตึงเครียดที่มากขึ้นระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือและการเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนดในอังกฤษ (Reuters)
• ผลประกอบการไตรมาส 1/60 โดยรวมยังคงสดใสเมื่อวันอังคาร แม้ว่ากำไรสุทธิของบางบริษัทที่มีชื่อเสียงจะต่ำกว่าที่คาดก็ตาม จากข้อมูลของทอมสัน รอยเตอร์ส จาก 45 บริษัทที่อยู่ใน S&P500 ได้รายงานประกอบการเข้ามา 76% ของบริษัทเหล่านั้นมีกำไรสุทธิสูงกว่าที่คาดไว้ (Reuters)
ยุโรป:
• หุ้นยุโรปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์เมื่อวันอังคาร ตามความผันผวนของการซื้อขายในตลาดหลังจากนายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศว่าจะจัดการเลือกตั้งเร็วขึ้น รวมถึงยังมีความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสในรอบแรกที่จะถึงนี้ (Reuters)
• Theresa May นายกรัฐมนตรีอังกฤษอาจชนะคะแนนเสียงแบบถล่มทลายมากกว่าพรรคอื่นถึง 114 ที่นั่งในการเลือกตั้ง 8 มิ.ย. จากผลสำรวจของ YouGovพรรค Conservatives น่าจะชนะ 382 ที่นั่ง เทียบกับพรรค Labour 179 ที่นั่ง Liberal Democrats10 ที่นั่ง Scottish National Party56 ที่นั่งและพรรคอื่นๆ 23 ที่นั่ง ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีเสียงข้างมากอยู่ 114 ที่นั่งจากที่นั่งในสภาทั้งหมด 650 ที่นั่ง ปัจจุบัน พรรค Conservatives มีอยู่ 330 ที่นั่งและมีเสียงข้างมากอยู่เพียง 17 ที่นั่งในสภาเท่านั้น (The Times)
เอเชีย:
• เกาหลีเหนือทำการทดสอบนิวเคลียร์ต่อไป: ตัวแทนฝ่ายเกาหลีเหนือขององค์การสหประชาชาติ นายคิม อิน รุง กล่าวว่าสหรัฐฯกำลังสร้างสถานการณ์ที่สงครามนิวเคลียร์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และกล่าวว่าการทดสอบนิวเคลียร์ครั้งต่อไปของเกาหลีเหนือจะเกิดขึ้น "ในเวลาและสถานที่ศูนย์บัญชาการของเราเห็นว่าจำเป็น " (Reuters)
• รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไมค์ เพ็นซ์ เริ่มการเจรจากับญี่ปุ่นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ หวังว่าญี่ปุ่นจะเปิดประตูสำหรับสินค้าของสหรัฐฯ และดึงดูดการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากพยายามสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรที่สำคัญอย่างญี่ปุ่นท่ามกลางความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในเกาหลีเหนือ (Reuters)
• IMF เปิดเผยการคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2560 และ 2561โดยอ้างถึงความคาดหวังในการดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง แต่เตือนถึงการเติบโตที่อาจจะชะลอในระยะปานกลาง ถ้าประเทศไม่ลดการพึ่งพาการเติบโตของสินเชื่อที่รวดเร็ว IMF ได้ปรับประมาณการการเติบโตของจีนในปี 2560 เป็น 6.6% จาก 6.5% ในเดือน ม.ค. นอกจากนี้ยังปรับประมาณการการเติบโตของปีหน้าขึ้นเป็น 6.2% จาก 6.0% ก่อนหน้า (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• น้ำมันดิบลบวันอังคาร และยังร่วงต่อหลังช่วงการซื้อขายปกติเพราะสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐร่วงน้อยกว่าคาดในสัปดาห์ล่าสุด ขณะที่สต็อกเบนซินก็เพิ่มขึ้นผิดกับฤดูกาลปกติ น้ำมันดิบ Brent ลงไปแตะ 54.61 ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำสุดนับแต่ 7 เม.ย. สุดท้ายปิดลบ 47 เซนต์อยู่ที่ 54.89 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบสหรัฐลบ 24 เซนต์ปิด 52.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)
• ทองคำกลับมาบวกวันอังคาร ใกล้จุดสูงสุดรอบ 5 เดือนหนุนโดยดอลลาร์ที่อ่อนค่า ความตึงเครียดเกาหลีเหนือและความกังวลต่อการเลือกตั้งของฝรั่งเศส ราคาทองคำตลาดจรบวก 0.6% ปิด 1,291.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังแตะจุดสูงสุดใหม่นับตั้งแต่ 9 พ.ย. ที่ 1,295.42 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันทำการที่แล้ว ทองคำล่วงหน้าสหรัฐบวก 0.2% ปิด 1,294.10 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (Reuters)









