นักวิเคราะห์คาดหุ้นไทยวันนี้ "แกว่งกรอบแคบ" เหตุปัจจัยต่างประเทศยังกดดัน
นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด กล่าวว่า สัปดาห์นี้ ยังคงต้องติดตามข่าวความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศในคาบสมุทรเกาหลีระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ ซึ่งเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือยังคงทดลองยิงขีปนาวุธ แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จก็ตาม แต่ตลาดการเงินระหว่างประเทศมีความกังวลและต่างแสวงหาสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำแทนการลงทุนในหุ้น ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดหุ้นไทยด้วย แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานโดยรวมของเศรษฐกิจโลกจะดีขึ้นมากก็ตาม ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องระมัดระวังการลงทุนในช่วงนี้
ด้านยุโรป การเลือกตั้งในฝรั่งเศส เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยล่าสุดผลสำรวจความคิดเห็นบ่งชี้ว่า ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่นำมาในลำดับต้น 4 คน คะแนนใกล้เคียงกันมาก และ 2 ใน 4 ของผู้สมัครนี้ คือ นายMelenchon และนาง Marine Le Pen มีนโยบายที่สนับสนุนให้มีการลงประชามติเพื่อออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งทั้งสองคนนี้ยังมีคะแนนนำในรอบสองของการสำรวจความคิดเห็น ปัจจัยดังกล่าวกลับเป็นปัจจัยบวกให้กับหุ้นไทย เนื่องจาก เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศยังคงจะอยู่ในเอเชีย และในไทยแม้จะยังไม่ลงทุนในหุ้นเพิ่มก็ตาม เนื่องจาก ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯอยู่
ด้านกรอบดัชนีตลาดหลักทรัพย์ สัปดาห์นี้ คาดจะเคลื่อนไหวระหว่าง 1,575-1,590 จุด นักลงทุนจะยังคงลงทุนกันอย่างระมัดระวังตามพัฒนาการของเหตุการณ์นับจากนี้ ด้านกลยุทธ์การลงทุน เนื่องจากขณะนี้มีความเป็นไปได้ 2 กรณีใหญ่คือ ถ้าหากสหรัฐฯ มีการตอบโต้เกาหลีเหนือทางทหารแบบรุนแรงก็จะเกิดสงครามในทันทีหุ้นนับจากนี้ก็จะไปต่อไม่ได้
แต่บล.เอเชีย เวลท์ ประเมินว่าเนื่องจากเกาหลีเหนือมีขีดความสามารถด้านอาวุธนิวเคลียร์ในตัวเองต่างกับซีเรียที่ไม่มี สหรัฐฯ น่าจะเลือกตอบโต้เกาหลีเหนือโดยเริ่มจากมาตรการคว่ำบาตรและปิดล้อมทางเศรษฐกิจแล้วค่อยทวีเพิ่มเติมมากขึ้นก่อนที่จะไปสู่การใช้กำลังทหารในที่สุด และที่สำคัญคือจีนกลับมาแสดงความร่วมมือกับสหรัฐฯมากขึ้นแล้วในการแก้ปัญหาเกาหลีเหนือ ดังนั้นความขัดแย้งระหว่างประเทศตรงนี้น่าจะเป็นปัจจัยในระยะสั้นถึงระยะกลาง และจะเริ่มคลี่คลาย โดยยังไม่น่ามีสงคราม
ในสภาวะซึ่งยังมีความสุ่มเสี่ยงของการที่อาจจะเกิดสงครามได้แบบนี้แม้เรามองว่าความน่าจะเป็นยังไม่มาก จึงแนะนำลงทุนเน้นเลือกหุ้นที่มีลักษณะ defensiveโดยเฉพาะที่พื้นฐานดีมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend yield) สูง และ/หรือหุ้นที่มีความต้านทานต่อความเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยต่างๆ ได้สูง คือ หุ้นที่มีค่าเบต้า (Beta) ต่ำ








