คาดกำไรไตรมาส1/60 ดี–แนวโน้มยังสดใส
ประเด็นการลงทุน
เราคาดแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะกลับมาสู่ช่วงขาขึ้นตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2560 ซึ่งจะทำให้มีอัพไซด์ในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ BLA ในปี 2560 และ 2561 เป็นผลจากการขายผลิตภัณฑ์ระยะยาวมากขึ้น, การตั้งสำรองความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยลดลง และ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เราคงประมาณการกำไรสุทธิเชิงอนุรักษ์นิยมที่ 5.8 พันล้านบาทในปี 2560 (เพิ่มขึ้น 13.5%) และ 6.6 พันล้านบาทในปี 2561 (เพิ่มขึ้น 13.8%) ปัจจุบันราคาหุ้น BLA มีอัพไซต์ที่ประมาณ 20% จากราคาเป้าหมายเรา ณ สิ้นปี 2560 ที่ 65 บาท โดยราคาเป้าหมายมาจากการประเมินมูลค่าธุรกิจที่ 39.8 บาท/หุ้น กอปรกับมูลค่าการสร้างธุรกิจใหม่ที่ 25.20 บาท/หุ้น เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ
กำไรฟื้นไตรมาส1/60จากค่าสินไหมและความเสี่ยงการลงทุนลดลง
เราคาดกำไรของ BLA จะฟื้นตัวมาอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาทในไตรมาส1/60 พลิกกลับจากขาดทุนจำนวนมากที่ 6.9 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งการขาดทุนดังกล่าวมาจากการตั้งสำรองพิเศษที่ 1.04 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว ปรับตัวลดลงเฉลี่ย 80bps มาอยู่ที่ 1.7% แต่ปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะเวลา 10ปี ฟื้นตัวกลับไปที่เดิมที่ 2.7% ดังนั้น บริษัทจึงไม่จำเป็นต้องตั้งค่าสำรองฯจำนวนมากสำหรับความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส1/60 ทั้งนี้เราคาดว่าสัดส่วนของค่าสินไหมทดแทนต่อค่าเบี้ยประกันภัยของ BLA จะอยู่ที่ 65% ของเบี้ยประกันชีวิตรับรวมสุทธิ เทียบกับ 139% ในไตรมาส1/59 เป็นผลจากการเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงหนุนให้การตั้งสำรองเบี้ยสำรองประกันชีวิตและค่านายหน้าปรับตัวลดลง QoQ สำหรับรายได้ เราคาดว่าเบี้ยประกันชีวิตรวมสุทธิไตรมาส 1/60 ปรับตัวเพิ่ม 5% YoY มาอยู่ที่ 1.35 หมื่นล้านบาท
เน้นการเติบโตของกำไรสุทธิ หนุนโดยผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูง….
เราคาดว่าในปี 2560 ทาง BLA จะรายงานการเติบโตของเบี้ยประกันรวมเพิ่ม 17% หลังจากที่ปรับตัวลดลง 4.3% เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากในปีนี้บริษัทมีเน้นผลิตภัณฑ์กรมธรรม์ในระยะกลางถึงระยะยาว (ประกันแบบตลอดชีพ, เครดิตไลฟ์อินชัวรันส์, ประกันวัยเกษียณ, ประกันสุขภาพเฉพาะกลุ่มและอุบัติเหตุพ่วง) ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวส่วนมากจะผ่านตัวแทน, ที่ปรึกษาทางการเงินและผ่านช่องทางออนไลน์ (หรือที่เรียกว่า สมาร์ท เซฟวิ่ง 168 โดยไม่มีค่านายหน้า) ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีการตั้งเบี้ยสำรองฯที่น้อยกว่ากรมธรรม์ ประกันภัยทั่วไป ยอดขายที่ปรับตัวดีขึ้นอาจหมายถึงโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเราในปี 2560 และ 2561
อัพไซต์ปี 2560 จากแนวโน้มผลตอบแทนการลงทุนที่อาจดีกว่าคาด
เราเชื่อว่ามีโอกาสในการปรับเพิ่มประมารการกำไรของ BLA จากอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่าเราคาดทั้งในปี 2560 และ 2561 เนื่องจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนจากตลาดพันธบัตรระยะยาวที่สูงขึ้น โดย Morgan Stanley คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยธุรกรรมซื้อคืนพันบัตรระยะเวลา 1 วันของ ไทยจะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2.0% ในครึ่งหลังปี 2561 จากอัตราปกติที่ 1.5% หากเกิดขึ้นจริงน่าจะทำให้อัตราผลตอบแทนจากตลาดพันธบัตรระยะเวลา 10 ปี มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในปลายปีนี้จากปัจจุบันที่ 2.7% อีกทั้งเราคาดว่า
บริษัทจะตอบสนองกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเพิ่มด้วยการเร่งขายกรมธรรม์ เพิ่มมากขึ้น รวมถึง การขยายฐานสินทรัพย์ที่มีอัตราการผลตอบแทนสูง อาทิ เช่น กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ REITs ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวน่าจะเป็นโอกาสในการอัพไซต์ต่อประมาณการอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนของเรา ในปี 2560-2561 สำหรับตอนนี้ เราคาดว่า BLA จะรายงานอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ 4.85% (รวม กำไรจากการลงทุนในการซื้อขายหลักทรัพย์) ในปี 2560 และ 2561









