"บิ๊กล็อต" แบงก์กรุงเทพ 7.4พันล้าน ราคาหุ้นแตะ 187.50 บาท สูงสุดรอบ 2 ปี โบรกชี้พอร์ตสินเชื่อรายใหญ่สูงรับอานิสงส์รัฐลงทุนมากสุด
บิ๊กล็อตหุ้นแบงก์กรุงเทพ 40 ล้านหุ้น ราคา 183.52 บาท รวมมูลค่า 7.4 พันล้าน ขณะที่ราคาในกระดานหลักวิ่งทำนิวไฮในรอบ 2 ปี ปิดที่ 187.50บาท นักวิเคราะห์ระบุแบงก์กรุงเทพได้รับอานิสงส์จากรัฐผลักดันการลงทุนมากที่สุด เพราะมีสัดส่วนสินเชื่อรายใหญ่สูงถึง 40% อีกทั้งมีธุรกิจในต่างประเทศมากที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) BBL วานนี้ (11 เม.ย.) ปิดการซื้อขายที่ 187.50 บาท เพิ่มขึ้น 5บาท หรือ 2.74% ระหว่างวันทำราคาสูงสุดที่ 188บาท มูลค่าการซื้ัอขาย 9,867ล้านบาท โดยนับเป็นราคาสูงสุดในรอบ 2 ปี
ขณะที่ในกระดานการซื้อขายรายใหญ่ (Biglot) วานนี้ มีรายการซื้อหุ้นแบงก์กรุงเทพ จำนวน 40.78ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 183.54บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาในกระดาน มูลค่าการซื้อขายรวม 7.48 พันล้านบาท
บล.เคจีไอ ระบุว่า ผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1 ปี 2560 จะเติบโต 10% จากปีก่อน และเติบโต 2% จากไตรมาสที่แล้ว เป็น Sentiment บวกต่อภาพรวมของกลุ่มฯ โดยฝ่ายวิจัยบล.เคจีไอ ระบุว่า มูลค่าหุ้นของแบงก์กรุงเทพ ไม่แพง ด้วย PBV 0.92 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่ 1.1 เท่า
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส คาดว่า ธนาคารกรุงเทพ (BBL) จะได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐที่คืบหน้าดีขึ้น เพราะมีสัดส่วนสินเชื่อรายใหญ่สูงถึง 40% ของสินเชื่อรวม และสินเชื่อ SME 30% ของสินเชื่อรวม นอกจากนั้น ยังเป็นธนาคารที่มีธุรกิจต่างประเทศมากที่สุดในกลุ่มแบงก์ของไทยด้วย โดยมีสินเชื่อต่างประเทศและสินเชื่อที่ปล่อยให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนต่างประเทศสูงถึง 16% ของสินเชื่อรวม ซึ่งเปิดโอกาสให้ BBL มีการเติบโตได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับธนาคารที่เน้นแต่ลูกค้าในประเทศ ทั้งนี้ ธุรกิจไทยในปัจจุบันสนใจลงทุนในประเทศที่อยู่ภายใต้ AEC รวมถึงจีน กันมากขึ้น โดย BBLตั้งเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อปี 2560 ไว้ที่ 4-6% ด้าน NIM คาดว่าจะทรงตัวที่ 2.3%
นักวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ระบุว่า ได้ปรับประมาณการปี 2560 ขึ้น 4% สะท้อนความเชื่อมั่นใน OPEX/การตั้งสำรองว่าจะกลับเป็นปกติ, เศรษฐกิจในมหภาคที่ดีขึ้นสะท้อนการฟื้นตัวของ RoA, เงินปันผลที่เพิ่มขึ้นจากเงินทุนส่วนเกิน อีกทั้งราคาหุ้นที่ Laggard ในปี 2559 และการฟื้นตัวในปี 2560 สูงกว่าคู่แข่ง ทำให้ในด้านผลตอบแทน/ความเสี่ยงของ BBL สูงกว่า KBANK/SCB
ขณะเดียวกัน ได้ปรับ OPEX ในปี 2560-2561 ลง 5-8% และคาดต้นทุน/รายได้จะกลับมาอยู่ที่ 45-44% จากเดิม 48% โดยมั่นใจว่าต้นทุนในการปรับปรุงธุรกิจได้รับรู้ไปแล้ว และความเสี่ยงจากทีวีดิจิทัลได้มีการตั้งสำรองไว้แล้ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ในปี 2560 BBL มีการเติบโตที่ดีกว่าคู่แข่ง







