บิ๊กล็อต “หุ้นแบงก์” คึก ดักปิดงบไตรมาสแรกพุ่ง
ในเดือนเม.ย.ของทุกปีจะเป็นช่วงที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทยจะประกาศผลการดำเนินงานงวดไตรมาสแรกของปี ซึ่งในปีนี้ดูเหมือนว่ากำไรกลุ่มแบงก์น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นเพราะจะเห็นว่าโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ประเมินกำไรไตรมาสแรกกำไรสูงขึ้นเมื่อเทียบจากงวดเดียวกันปีก่อนเพราะการตั้งสำรองลดลงและสถานการณ์เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นขณะที่เอ็นพีแอลลดลง ซึ่งจะเห็นว่า ดัชนีหุ้นแบงก์ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วกว่า 9.47%
หุ้นแบงก์ที่ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุดได้แก่ หุ้นแบงก์เกียรตินาคิน เพิ่มขึ้น 19.49%รองลงมาหุ้นแบงก์ทิสโก้ 18.67% หุ้นแบงก์กรุงไทยเพิ่มขึ้น 18.64% แบงก์กรุงเทพเพิ่มขึ้น 14.73% และหุ้นแบงก์ทหารไทยเพิ่มขึ้น14.29% หุ้นแบงก์กรุงศรีอยุธยาปรับตัวลดลงเพียงรายเดียว โดยลดลง 3.75%
รวมทั้งหากพิจารณาการซื้อขายในกระดานรายใหญ่(บิ๊กล็อต)พบว่า หุ้นแบงก์มีมูลค่าการซื้อขายในกระดานบิ๊กล็อตสูงสุด 5 อันดับแรกประกอบด้วย หุ้นแบงก์กรุงเทพกระดานต่างประเทศ (BBL-F) จำนวน 31.26ล้านหุ้นมูลค่ารวม 5,824.08 ล้านบาท หุ้นแบงก์กสิกรไทยกระดานต่างประเทศ (KBANK-F) 20.48ล้าน หุ้นมูลค่ารวม 3,917.59 ล้านบาท หุ้นแบงก์กสิกรไทย (KBANK) 12.88 ล้านหุ้น มูลค่า2,422.07 ล้านบาท หุ้นแบงก์ทิสโก้ (TISCO) 15.29 ล้านหุ้นมูลค่า 984.35 ล้านบาท และหุ้นแบงก์ไทยพาณิชย์ 6.31 ล้านหุ้นมูลค่ารวม 971.29 ล้านบาท
ทั้งนี้ประเมินได้ว่า การที่มีสัญญาณซื้อคึกคักในหุ้นกลุ่มแบงก์และเกิดขึ้นก่อนที่กลุ่มดังกล่าวจะประกาศผลประกอบการงวดไตรมาส1/2560 จึงเป็นสัญญาณซื้อเก็งกำไรเพื่อรอผลประกอบการ
บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุว่า ผลประกอบการกลุ่มธนาคารคาดกำไรไตรมาสแรกปีนี้จะสดใสเป็นกำไรที่ดีที่สุดรอบ 10 ไตรมาสที่ 5.25 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น4.2%จากไตรมาส4/2559จากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ฟื้นตัว และเพิ่มขึ้น11.7% จากงวดเดียวกันปีก่อนจากสำรองที่ลดลง โดยแบงก์กรุงไทย (KTB) น่าจะมีกำไรโตดีที่สุดเพิ่มขึ้น10% จากงวดเดียวกันปีก่อน ส่วนแบงก์ไทยพาณิชย์ น่าจะมี PPOP (กำไรก่อนสำรอง) โตดีสุด สำหรับเอ็นพีแอลน่าจะยังเพิ่มอยู่แต่เพิ่มในอัตราชะลอลง และแบงก์ต่างมี Coverage ratio แข็งแกร่งขึ้นมาก ตั้งแต่ปีก่อนจึงไม่น่ากังวล
บล.บัวหลวง ประเมินว่ากลุ่มธนาคาร คาดกำไรรวมในกลุ่มที่ฝ่ายวิจัยวิเคราะห์จะออกมาเติบโต 12.4%จากงวดเดียวกันปีก่อนโดยคาดแบงก์ไทยพาณิชย์จะรายงานกำไรเติบโตแข็งแข็งแกร่งที่สุด 24%จากงวดเดียววันปีก่อน รองลงมาจะเป็นแบงก์เกียรตินาคิน( KKP) และแบงก์กรุงศรีอยุธยา (BAY) คาดกำไรโต 17%จากงวดเดียวกันปีก่อน และ11%จากงวดเดียวกันปีก่อน ตามลำดับ ปัจจัยหนุนหลักมาจากการตั้งสำรองที่ลดลง และสินเชื่อที่เติบโตขึ้น คงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มนี้ “มากกว่าตลาด”
บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่าแบงก์ไทยพาณิชย์น่าจะมีสินเชื่อโต พร้อมเน้นเติบโตทาง Wealth Management ซึ่งการลงทุนของภาครัฐ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตสินเชื่อ โดยการขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการแก้ไขสัญญาเงินกู้ของลูกหนี้รายใหญ่สร้างแรงกดดันต่อ NIM คุณภาพสินเชื่อดีขึ้นเรื่อยๆ จากการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ สำรองส่วนเกินสูง ส่งผลให้ธนาคารมีการตั้งสำรองน้อยลงที่ 0.40% ขณะที่แบงก์ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกรรม พร้อมหาแหล่งรายได้อื่นเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันการใช้ PromptPay
ทั้งนี้สินเชื่อสุทธิปีนี้คาดว่าเติบโตประมาณ 4.62% เติบโตลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย อย่างไรก็ตามภาพรวมสอดคล้องกับการเติบโตตาม Nominal GDP โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของโครงการภาครัฐ รวมถึงจากการขยายตัวทางกิจกรรมทางการเงิน แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยตามการปรับตัวของ Fed Fund Rate และการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยคาดว่าจะส่งผลให้ Net Interest Margin เพิ่มขึ้น









