วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ริชชี่เพลซ' ลุ้น อสังหาฯฟื้นครึ่งปีหลัง

“ริชชี่เพลซ” ลุ้นอสังหาฯ "ฟื้นครึ่งปีหลัง"

ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกำลังซื้อที่ชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด“อาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ”ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่ เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังว่าเดือนมี.ค.2560 พบสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน แม้จะยังไม่ดีที่สุด แต่ก็ถือว่าน่าจะผ่านจุดต่ำสุดของอุตสาหกรรมไปแล้ว

อาภา บอกว่าอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ของไทย น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นในรูปแบบค่อยกระเตื้องขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป และยอมรับว่า ช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมา กำลังซื้อดีขึ้นจริงแต่แค่ทรงตัว และเมื่อเข้าสู่เดือนมี.ค.พบว่า มีสัญญาณการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด หลังจากงาน งานมหกรรมบ้านและคอนโด ได้สะท้อนภาพที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีกำลังใจที่จะเดินหน้าต่อไป

“อสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสแรกปีนี้ ยังคงซบเซาต่อเนื่องจากไตรมาส4ปีก่อน โดยเฉพาะการขายโครงการใหม่ และทุกคนชะลอดูต่อเนื่องถึง ม.ค.-ก.พ. เท่าที่ถามผู้ประกอบการด้วยกัน มีระดับพอใช้ได้และขายไม่ได้ซึ่งยังไม่มีใคร โดยน่าจะซบเซาต่อเนื่อง แต่ในเดือนมี.ค.ทำให้มียอดขายส่งสัญญาณดีขึ้นกว่า 2เดือนแรกดังนั้นจึงเชื่อว่าไตรมาส 2ปีนี้ผู้ประกอบการน่าจะมีเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มขึ้น เพราะสถานการณ์ดูดีขึ้นจริงๆ”

ภาพรวมเศรษฐกิจไทยอิงกับเศรษฐกิจโลก ซึ่งปัจจุบันมีสัญญาดีขึ้น หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย สะท้อนความมั่นใจ และเมื่อประเทศผู้นำเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ไทยก็น่าจะได้รับอานิสงส์

ชี้ดบ.ไทยปีนี้ขยับไม่แรง

อาภาประเมินว่า แนวโน้มดอกเบี้ยไทย หลังจากการเฟดประกาศขึ้นไปแล้ว ของไทยก็น่าจะปรับขึ้นตามแต่เท่าที่สอบถามสถาบันการเงินประเมินว่าดอกเบี้ยน่าจะขึ้นช่วงครึ่งปีหลัง ตอนนี้ยังคงขึ้นไม่ได้ เพราะรัฐก็อยากให้การลงทุนเอกชนเติบโต ดังนั้นจึงไม่น่ากังวล หรือมีผลกระทบต่อธุรกิจในเร็ววัน ซึ่งผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์คงไม่กังวล และไม่ได้น้ำหนักมากนัก ขณะที่ผู้ประกอบการ ยังรับได้ในอัตราที่เป็นอยู่ระดับ 5-6-7% และตลาดตราสารหนี้ก็อยู่ต้นทุนก็อยู่ที่ระดับ 2-3-4-6%แม้จะปรับขึ้นไป 0.25%ก็ไม่น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่น่ากังวล เป็นเรื่องราคาน้ำมันมากกว่า แต่ถ้าราคาเฉลี่ยไม่เกิน 55ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็ไม่น่าห่วง

ปัญหาโอเวอร์ซัพลลายมีบางจุด

ปัญหาของโอเวอร์ซัพลลายนั้นยังคงมีให้เห็นแต่เกิดในบางจุด ซึ่งจุดที่น่าเป็นห่วงประกอบด้วย เส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง รวมถึงสายสีเขียว ดูเหมือนมีโครงการใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก ขณะที่กำลังซื้อทรงตัว หรือน้อยลง เนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือน ขณะที่เป็นลูกค้าส่วนมากอยู่ชานเมือง ระดับรายได้ประมาณระดับกลางถึงระดับล่าง เมื่อมีปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนอัตราที่สูง สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อทำให้อัตราการกู้ไม่ผ่านยังอยู่สูง

“ปัญหาการกู้ไม่ผ่านยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่มบีลงมา มีสัดส่วนอยู่ระดับ 20-30% ส่วนกลุ่มซียังอยู่ระดับ 30-50% ซึ่งริชชี่แนะนำลูกค้าเสมอว่า คนไทยยุค4.0 ต้องมีวินัยทางการเงิน ที่ผ่านมาธนาคารออกมายอมรับเอ็นพีแอลสูงต้องป้องกันตัวเอง อย่างไรก็ตามจุดเส้นทางที่น่าเป็นห่วงในตอนนี้คือ โครงการเรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพราะมีโครงการขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการในพื้นที่มากขึ้นด้วย”

พรบ.ภาษีอสังฯและที่ดินไม่กระเทือน

ส่วนกรณีพ.ร.บ.ภาษีที่ดินและก่อสร้างตอนนี้เข้าสนช.แล้ว จัดหมวดหมู่น้อยลงและอัตราจ่ายลดลง ทำให้มองว่าน่าปฏิบัติจริงทำได้ง่าย และยังมีเวลาปรับตัว กำหนดใช้ปี2562 และเรทสูงสุดก็10%ซึ่งบ้านไม่ถึง 50 ล้านบาทยังเสียในอัตรา0.3%ถือว่า ภาระไม่สูง และสินค้าของบริษัทริชชี่คงไม่ได้รับผลกระทบ เพราะสินค้าราคา 2-20 ล้านบาท ยังต่ำกว่า 50 ล้านบาทซึ่งคงไม่น่าจะกระทบกำลังซื้อ

หากมองในมุมของนักเก็งกำไร ถ้ามีภาระเพิ่มขึ้น แต่ยังมีส่วนต่าง นักเก็งกำไรคงไม่เดือดร้อน จึงไม่กระทบกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ และสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้จากราคาขาย ถ้าไม่ซื้อปีนี้ไปซื้อปีหน้าก็อาจจะเสียเพิ่มขึ้น แต่ละคนก็ปล่อยให้เช่าและได้ผลตอบแทนระดับ 4-6%ก็ยังสามารถทำได้

"โดยส่วนตัวขอให้จีดีพีสูงขึ้น ธุรกิจอสังหาฯก็น่าจะมีกำลังซื้ออยู่บ้าง ไม่น่ากังวล ถ้าภาพรวมเศรษฐกิจค่อยๆโตขึ้นก็ยังดีสภาพคล่องในตลาดการเงินในไทยยังสูง ส่วนภาษีที่ดิน ยอมรับว่าต้นทุนเพิ่มจริงแต่บริษัท

สามารถรับได้ ถือว่าความเสี่ยงไม่มาก ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์น่าจะดูดีขึ้นครึ่งปีหลัง เพราะภาพรวมเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น"

วางเป้าครึ่งปีแรกโตเกิน50%

อาภาคาดการณ์ว่า ภาพรวมของริชชี่เพลซครึ่งปีแรก คาดว่ายอดขายจะเติบโตได้มากกว่า 50% โดยจะมีโครงการใหม่ 3 โครงการมูลค่ารวม 2.5 พันล้านบาท ขณะที่มีงานในมือรอรับรู้รายได้จากปีก่อนประมาณ 3 พันกว่าล้านบาทรอรับรู้จากปีก่อน ซึ่งจะรับรู้ปีนี้ 800-900 ล้านบาทและปีถัดไป และปีนี้ผลประกอบการน่าจะอยู่ที่มีรายได้ 1 พันล้านบาท และเติบโตขึ้นกว่า 2-3 เท่า

“บริษัทวางงบประมาณสำหรับการรีแบรนดิ้งบริษัท ประมาณ 100 ล้านบาทใน 5 ปี ซึ่งในฐานะผู้บริหารจะ เดินหน้าและระวังหลัง มั่นใจได้ว่าริชชี่เพลซไม่เคยขาดทุนและจะไม่ขาดทุน”

ฐานะการเงินแกร่ง

ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาบริษัท มีตั๋วบีอี 600 ล้านบาท แต่มีเงินรองรับวงเงินจากสินเชื่อแบงก์ยังไม่เบิกเก็บไว้ ล่าสุดจนถึงสิ่้นเดือนมี.ค.ชำระคืนบีอีไปแล้ว540 ล้านบาท ตอนนี้บริษัทมีหนี้ต่อทุนริชชี่เพลซอยู่ที่ระดับ 2 เท่า ซึ่งสถาบันการเงินยอมรับได้ประมาณ 2.5 เท่า ซึ่งการที่บริษัทอยู่ในช่วงการเติบโตก็จะรักษาไม่ให้เกิดเพดานดังกล่าว

ชงผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนเม.ย.นี้

สำหรับแผนการเพิ่มทุนของบริษัท จะขออนุมัติของผู้ถือหุ้นในเดือนเม.ย.นี้ โดยจะเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ และมีวอร์แรนท์ 2 ชุด ซึ่งผู้ถือหุ้นเดิมที่รับหุ้นเพิ่มทุนถือว่าคุ้มค่า และเชื่อว่า เมื่อถึงเวลาใช้สิทธิ์แปลงสภาพผลประกอบการของบริษัทน่าจะเดินหน้าต่อไป และราคาหุ้นก็น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นสะท้อนผลประกอบการอยู่แล้ว โดยปีนี้มีโครงการใหม่เพิ่มขึ้นปีต่อไปมีโครงการ ศรีนครินทร์ จะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น