วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (7 เม.ย.60)

ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ เร่งกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยว

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน และปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน หลังโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐ ได้เร่งกำลังการผลิตน้ำมันขึ้นไปสู่ระดับร้อยละ 90.8 เพื่อรองรับฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนจากรายงานของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

- อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากระดับปริมาณน้ำมันน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากรายงานของ EIA พบว่าปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.57 ล้านบาร์เรลขึ้นมาแตะระดับ 535.5 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา

- นอกจากนี้ การส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 370,000 บาร์เรลต่อวัน ขึ้นไปแตะระดับ 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังมีส่วนต่างราคาน้ำมันดิบในภูมิภาคตะวันออกกลางและสหรัฐ ส่งผลทำให้มีการส่งออกไปยังภูมิภาคเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศจีนที่มีการส่งออกน้ำมันดิบจากสหรัฐ สูงเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 342,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ยังมีการส่งออกน้ำมันดิบไปยังประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้อีกด้วย

- มากไปกว่านั้น การผลิตน้ำมันดิบจากโครงการ Syncrude Oil Sand ใน Alberta มีกำหนดการที่จะกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้งในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ หลังจากได้หยุดดำเนินการผลิตไปจากเหตุการณ์ไฟไหม้ ทั้งนี้โครงการ Syncrude Oil Sand มีกำลังการผลิต 350,000 บาร์เรลต่อวัน


ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตามยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับประเทศจีนมีการกำหนดโควต้าการส่งออกน้ำมันเบนซินที่ลดลง และการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในไต้หวัน

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ลดลงในภูมิภาคเอเชีย หลังโรงกลั่นหลายแห่งมีการปิดซ่อมบำรุง ประกอบกับประเทศจีนมีแนวโน้มที่จะส่งออกน้ำมันดีเซลลดลง


ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

           ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

           ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคมีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง หลังผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์เผยว่า ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคทั้ง 13 ประเทศปรับลดลงราว 230,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบกับตัวเลขในเดือนก.พ. มาอยู่ที่ระดับ 32.01 ล้านบาร์เรลต่อวัน นำโดยการปรับลดลงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งปรับลดตามข้อตกลงลดกำลังการผลิตและการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ เหตุการณ์ความไม่สงบในลิเบีย และการปิดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตน้ำมันดิบของไนจีเรีย นอกจากนี้ ยังได้รับแรงหนุนจากข่าวการขยายระยะเวลาปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 โดยล่าสุดผู้ผลิตหลายรายทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคสนับสนุนข้อตกลงนี้

- สถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศลิเบียมีแนวโน้มคลี่คลายลง หลังมีการประกาศยกเลิกเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ณ ท่าขนส่งน้ำมันดิบ Zawiya ซึ่งเป็นท่าขนส่งของแหล่งน้ำมันดิบ Sharara และ Wafa ส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 600,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังเป้าหมายที่จะปรับเพิ่มกำลังการผลิตของลิเบียไปสู่ระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนเม.ย.

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดว่าจะปรับลดลง เนื่องจากอัตราการกลั่นของโรงกลั่นในสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 90.8 หลังโรงกลั่นกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง และเพิ่มอัตราการกลั่นเพื่อรองรับอุปสงค์น้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงฤดูขับขี่ของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตามองปริมาณการผลิตน้ำมันสหรัฐ ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ไม่ได้ปรับลดตามที่คาดไว้

-------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

โทร.02-797-2999