วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ก.ล.ต.'สั่งปรับ4โบรกเกอร์

ก.ล.ต.สั่งปรับ "4โบรกเกอร์" กรณีตรวจสอบ “นอมินี” ไม่รัดกุม หวั่นเป็นช่องทางเกิดการกระทำผิดพร้อมเกาะติดใกล้ชิด

ก.ล.ต.ปรับเงิน 4 โบรกเกอร์ หลังพบมีความเสี่ยงกรณีนอมินี เร่งสั่งให้ปรับปรุงระบบให้รัดกุม ด้านโฆษกก.ล.ต. เผย สำนักงานให้ความสำคัญการรู้จักลูกค้า เพราะเป็นช่องที่ทำให้เกิดการกระทำผิดได้หากการตรวจสอบไม่รัดกุม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รายงานผลการตรวจสอบธุรกิจหลักทรัพย์ 4 แห่งในครั้งนี้ โดยได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ ทั้ง 4 บริษัท ซึ่งกรณีการเปรียบเทียบปรับนั้นจะเป็นเรื่องการตรวจสอบลูกค้า โดยแต่ละบริษัทมีประเภทความผิดประกอบด้วย

บล.ไอร่า จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นข้อมูลเพียงวันที่ 31 พ.ค. 2559 และ ก.ล.ต. รายงานผลการตรวจสอบวันที่ 27 มี.ค. 2560 พบว่า ระบบงานในการทำความรู้จักและตรวจสอบลูกค้ายังไม่รัดกุมเพียงพอ โดยไม่พบว่าบริษัทดำเนินการใดเพื่อทำความรู้จักและตรวจสอบ เพื่อทราบตัวตนที่แท้จริงในเชิงลึก แม้ลูกค้าจะทำธุรกิจที่ต้องสงสัยแล้ว โดยพบเพียงการจัดลูกค้าที่เป็นกลุ่มความเสี่ยงสูง และไม่มีบันทึกเหตุผลประกอบการพิจารณากรณีดังกล่าว เป็นการปฏิบัติไม่ชอบ โดยก.ล.ต.สั่งการให้ดูแลลูกค้าทำธุรกิจอย่างเคร่งครัด พิจารณาวงเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการใช้นอมินีในการทำรายการไม่เหมาะสม สำหรับการปฏิบัติที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ก.ล.ต.จึงเปรียบเทียบปรับ 2.86 แสนบาท

บล. เอเซียพลัส จำกัด ข้อมูลเมื่อวันที่ 30 เม.ย.2559 และก.ล.ต.รายงานวันที่ 20 ก.พ.2560 พบว่า บริษัทไม่รัดกุมเพียงพอในการทราบและระบุตัวตนของลูกค้าทำให้เกิดความเสี่ยงที่ลูกค้าอาจมิใช่เจ้าของบัญชีที่แท้จริง และอาจเกิดความเสียหายกับบริษัทได้ เข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ โดยก.ล.ต.ดำเนินการกำชับให้บริษัทมีความเข้มงวดทำความรู้จักลูกค้ามากขึ้น สำหรับการปฏิบัติที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมการการเปรียบเทียบมีคำสั่งให้เปรียบเทียบปรับ 426,250 บาท

บล.เคที ซีมิโก้ จำกัด เป็นข้อมูลวันที่ 30 เม.ย.2559 และก.ล.ต.เปิดเผยข้อมูลวันที่ 20 ก.พ.2560 บริษัทมีความเสี่ยงการดำเนินการเกี่ยวกับการวางและเรียกหลักประกัน สำหรับธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ไม่เป็นไปตามกฏเกณฑ์ โดยบริษัทไม่ได้จัดให้มีระบบเกี่ยวกับหลักประกันของลูกค้ารายย่อยที่เป็นผู้ให้ยืมหลักทรัพย์แก่บริษัท จึงเป็นผลให้บริษัทไม่ได้ดำเนฺินการที่เกี่ยวข้องกับหลักประกันของลูกค้าดังกล่าวได้ โดยก.ล.ต.ได้กำชับให้บริษัทปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด สำหรับการปฏิบัติที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว จึงสั่งเปรียบเทียบปรับ 304,500 บาท

บล.เออีซี จำกัด (มหาชน) ข้อมูลการตรวจสอบวันที่ 31 ก.ค.2559 และสำนักงาน ก.ล.ต.รายงานข้อมูล ณ.วันที่ 27 มี.ค. 2560 ก.ล.ต.รายงานว่าระบบการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของลูกค้า เพื่อป้องกันมิให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงหรือล่วงรู้ข้อมูลของลูกค้ายังไม่รัดกุมเพียงพอ ทำให้ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ สำนักงานได้กำชับให้บริษัทกำหนดและดูแลรักษาระบบความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าให้รัดกุม ส่วนการปฏิบัติที่เข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมายต้องระวางโทษ คณะกรรมการได้สั่งเปรียบเทียบปรับมูลค่า168,600 บาท

นายปริย เตชะมวลไววิทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเลขาธิการและสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า การสั่งปรับบริษัทหลักทรัพย์นั้น ก.ล.ต.มองว่าไม่ได้ใช่ปัญหาที่รุนแรง แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญเรื่องดังกล่าว เนื่องจากอาจเป็นช่องทางในการกระทำอื่น ๆ ที่ไม่เหมาะสมได้ สำหรับการดำเนินการกับบริษัทดังกล่าว เป็นผลจากการตรวจสอบตามกระบวนการปกติของก.ล.ต. ซึ่งการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า และการเก็บข้อมูลลูกค้าเป็นระบบงานสำคัญหากพบว่ามีข้อบกพร่องในการปฏิบัติงาน และการกำกับดูแล ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ลูกค้า หรือระบบโดยรวม ก.ล.ต.ก็จะให้แก้ไข พร้อมติดตามดูแลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด