“ซิงเกอร์” หวนบุกตลาดเช่าซื้อกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน พร้อมขยายไลน์สินค้า “เฟอร์นิเจอร์-ยานพาหนะ” ดันยอดปีนี้โต 35%
นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการและผู้อำนวยการสายงานการขายและการตลาด บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทกลับมารุกตลาดเช่าซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน หรือ เอชเอ (Home appliance) มากขึ้น หลังจากไม่มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มนี้มานานกว่า 5 ปี รวมถึงเตรียมเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ เฟอร์นิเจอร์และยานพาหนะ เพื่อเพิ่มความหลากหลาย
ทั้งนี้ ได้เปิดตัวสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า 3 รายการ รวม 7 รุ่น ประกอบด้วย เครื่องปรับอากาศ 2 รุ่น ตู้เย็น 4 รุ่น และเครื่องซักผ้า 1 รุ่น ผ่านแคมเปญ “ผ่อน” เจาะลูกค้าที่มีรายได้ไม่สูงมาก เช่น ตู้เย็น ผ่อนวันละ 22 บาท หรือ เครื่องปรับอากาศ-เครื่องซักผ้า ผ่อนวันละ 33 บาท สำหรับกลุ่มเฟอร์นิเจอร์ ได้เจรจากับพันธมิตร 2 ราย มีตำแหน่งทางการตลาดและลูกค้าเป้าหมายต่างกัน เตรียมจำหน่ายเดือน พ.ค.
“มีแผนนำสินค้ากลุ่มยานพาหนะกลับเข้ามาขายในพอร์ตซิงเกอร์อีกครั้ง หลังจากไม่ได้ทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้มานาน วางขายภายในปีนี้ และเตรียมนำเครื่องเสียงแบรนด์ญี่ปุ่นเข้ามาขายภายในสิ้นเดือนนี้”
พร้อมกันนี้ จัดสรรงบประมาณ 100 ล้านบาท ลงทุนพัฒนาด้านไอทีและระบบหลังบ้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ รวมถึงจะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นส่งเสริมการขาย และนำเสนอสินค้าผ่านอี-แคตตาล็อก เปิดตัวสิ้นเดือนนี้
ขณะเดียวกัน ยังมีแผนรุกตลาดในกรุงเทพฯ มากขึ้น เพื่อผลักดันให้ยอดขายเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีสัดส่วนราว 10% อีก 90% เป็นยอดขายจากต่างจังหวัด เริ่มจากกรุงเทพฯ โซนพระราม 2
บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมปีนี้เติบโต 35% จากปีก่อนอยู่ที่ 2,545 ล้านบาท โดยรายได้ 2 ปีที่ผ่านมาไม่เติบโต ปีก่อนติดลบ 10-15% ปัจจุบันมียอดขายจากสินค้า 3 กลุ่มหลักในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในครัวเรือน สินค้าคอมเมอร์เชียล หรือตู้หยอดเหรียญ โทรศัพท์เคลื่อนที่และกล้องถ่ายรูปแบรนด์อื่นๆ
ปัจจุบันซิงเกอร์มีจุดบริการ 180 สาขาใหญ่ และ 130 สาขาย่อยให้บริการระดับหมู่บ้าน ใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ มีพนักงานขาย 1 หมื่นราย ปีนี้จะเพิ่มเป็น 2 หมื่นราย และ 4 หมื่นรายในปีหน้า ตามการขยายสาขา มีบัญชีลูกค้ารวมกว่า 2 แสนราย
นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อว่า บริษัทตั้งเป้าหมายลดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จาก 13% ให้เหลือต่ำกว่า 10% ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งทีมงานโทรศัพท์ติดตามลูกค้าเพื่อติดตามหนี้ และการค้างชำระค่าผ่อนสินค้า โดยทั้งซิงเกอร์ และเจเอ็มที ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเจ มาร์ท จะร่วมกันติดตามและบริหารหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“เศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคมีแนวโน้มดีขึ้น ภาครัฐมีโครงการช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกร สร้างชุมชนเข้มแข็ง ทำให้กำลังซื้อกลุ่มนี้ไม่น่ากังวล การที่ซิงเกอร์มีสินค้าหลากหลายทำให้เจาะตลาดในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าจำเป็นซึ่งมีระดับราคาขายที่ไม่สูงมาก กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงและสามารถผ่อนได้”








